พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๗ - อัปปมัญญาเจตสิก

อัปปมัญญาเจตสิก

อัปปมัญญาเจตสิก หมายถึงธรรมที่แผ่ไปในสัตว์ทั้งหลายหาประมาณมิได้ ไม่มีจำกัด มี ๒ ดวงคือ
๒๓. กรุณา ความสงสารต่อสัตว์ทั้งหลายที่มีทุกข์ ต้องการให้พ้นจากทุกข์
๒๔. มุทิตา ความพลอยยินดีต่อสัตว์ทั้งหลายที่มีสุข
แท้จริงอัปปมัญญานั้น มี ๔ ประการ คือ ๑. เมตตา ๒. กรุณา ๓. มุทิตา และ ๔. อุเบกขา แต่ที่ไม่มีเมตตาเจตสิก ก็เพราะว่า เมตตาก็คือ อโทสะนั่นเอง ส่วนอุเบกขาก็คือ ตัตรมัชฌัตตตานั่นเอง เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ทั้ง ๔ ประการนี้ ถ้าแผ่ไปโดยเจาะจงก็จัดเป็น พรหมวิหาร ถ้าแผ่ไปโดยไม่เจาะจงในสัตว์ ทั้งหลายไม่มีประมาณ ก็จัดเป็น อัปปมัญญา

ปัญญินทรียเจตสิก

๒๕. ปัญญินทรีย์ ก็คือ อโมหะ ได้แก่ตัวปัญญาที่รู้ทั่วตามความเป็นจริงคือธรรมชาติที่รู้ตามความจริงในอริยสัจสี่
ปัญญาชื่อว่า เป็นอินทรีย์ (ความเป็นใหญ่) เพราะเป็นใหญ่ในการครอบงำอวิชชาเสียได้ และเป็นใหญ่ในการรู้ทั่วไปตามความเป็นจริง ฉะนั้น ปัญญาจึงชื่อว่า ปัญญินทรีย์เจตสิก
ปัญญานี้เมื่อเกิดขึ้น ย่อมรู้ทั่วถึงธรรมทั้งหลายทั้งที่เป็นกุศลและอกุศล ทั้งที่ควรเสพและไม่ควรเสพ ทั้งเลวและประณีต ทั้งที่เข้ากันได้และเข้ากันไม่ได้ ดุจนายแพทย์ผู้ฉลาดรู้จักยาที่ถูกและไม่ถูกกับคนไข้ทั้งหลายฉะนั้น
สภาวะของปัญญานั้น ก็คือ ทำเนื้อความนั้นๆ ให้ปรากฏแจ่มแจ้ง รู้ธรรมทั้งหลาย โดยประการนั้น ๆ เช่น รู้ว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาเป็นต้น ฉะนั้น สภาวะของปัญญาจึงเป็นไปอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่โลกียปัญญาถึงโลกุตตรปัญญา