พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๗ - กุศลเจตสิก ๑๙

กุศลเจตสิก ๑๙

๑. ศรัทธา ได้แก่ความเชื่อเลื่อมใสในพระพุทธเจ้าเป็นต้น มีอันทำสัมปยุตธรรมให้ผ่องใสเป็นลักษณะ ดุจแก้วมณีทำน้ำให้ใส
๒. สติ ความระลึกได้ไม่ฟั่นเฟือน ให้ระลึกธรรมที่เป็นกุศลอกุศล เลวทรามประณีตเหมือนคฤหบดีรัตน์ ผู้จัดการพระคลังหลวงกราบทูล พระเจ้าจักรพรรดิ เช้าเย็นว่า ช้างของพระองค์มีเท่านี้ ม้ามีเท่านี้
๓. หิริ ความรังเกียจบาปทุจริต เหมือนหญิงสาวในสกุลเกลียดสิ่งชั่วด้วย ความเคารพตน
๔. โอตตัปปะ ความสะดุ้งกลัวต่อบาป เหมือนหญิงแพศยา เกรงสิ่งชั่วเพราะนึก ถึงคนอื่น บางมติว่าเพราะนึกถึงผลของบาป
๕. อโลภะ ตรงข้ามกับ โลภะ คือจิตไม่ติดในอารมณ์ เหมือนภิกษุผู้หลุดพ้น
๖. อโทสะ คือความเมตตาเหมือนมิตรผู้เกื้อกุล
๗. ตัตรมัชฌัตตตา ความเป็นกลางในธรรมนั้น ๆ มีการเพ่งดูจิตและเจตสิกเป็นลักษณะนายสารถีคอยดูม้าตัวที่วิ่งไปสม่ำเสมอ ฉะนั้น มีความหมายเดียวกับอุเปกขา
๘. กายปัสสัทธิ ความสงบกาย
๙. จิตปัสสัทธิ ความสงบจิต
๑๐. กายลหุตา ความเบากาย
๑๑. จิตตหลุตา ความเบาจิต
๑๒. กายมุทุตา ความอ่อนสลวยแห่งกาย
๑๓. จิตตมุทุตา ความอ่อนสลวยแห่งจิต
๑๔. กายกัมมัญญตา ความเหมาะแก่การงานแห่งกาย
๑๕. จิตตกัมมัญญตา ความเหมาะแก่การงานแห่งจิต
๑๖. กายปาคุญญตา ความคล่องแคล่วแห่งกาย
๑๗. จิตตปาคุญญตา ความคล่องแคล่วแห่งจิต
๑๘. กายุชุกตา ความตรงแห่งกาย
๑๙. จิตตุชุกตา ความตรงแห่งจิต
คำว่า กาย ใน ๖ คู่นี้ หมายเอาขันธ์ ๓ คือ เวทนา สัญญา สังขาร


กาโยติ เจตฺถ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยสฺส คหณํ ฯ อภิ. วิ. ๑๐๕