พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๖ - พระอรหันต์
พระอรหันต์ มีหลายชื่อ คือ พระขีณาสพ หมายถึงบุคคลผู้สิ้นกิเลสาสวะโดยสิ้นเชิง เรียกพระอเสขบุคคล หมายถึงผู้ไม่ต้องศึกษาต่อไปอีกแล้ว

พระอรหันต์ ๒ ประเภท

๑. คือพระอรหันต์ ที่ได้สำเร็จโดยปัญญาวิมุตติ ได้แก่สำเร็จด้วยการปฏิบัติวิปัสสนา ไม่ได้ปฏิบัติสมถภาวนาเลย บางทีก็เรียกว่าสุกขวิปัสสกอรหันต์

๒. คือพระอรหันต์ที่ได้สำเร็จโดยเจโตวิมุตติ ได้แก่สำเร็จโดยปฏิบัติสมถภาวนาจนได้ฌาน การได้ฌานก็มีเป็น ๒ อย่าง อย่างแรก ปฏิบัติสมถภาวนาจนได้ฌานแล้วยกฌานขึ้นไปสู่วิปัสสนา เรียกปฏิปทาสิทธิฌาน อย่างหลังเจริญวิปัสสนา จนได้มรรคผลและขณะได้มรรคผลนั้น อารัมมณูปนิชฌาน ก็เกิดขึ้นพร้อม ทั้งนี้ด้วยบุญแต่ปางก่อน เช่นนี้เรียกว่า “มรรคสิทธิฌาน” การสำเร็จแบบเจโตวิมุตตินี้บางองค์ก็ไม่ได้อภิญญา บางองค์ได้อภิญญา (วิชชา ๓) บางองค์ได้อภิญญา ๖
อภิญญา ๓ ได้แก่
๑. ปุพเพนิวาสนุสสติญาณ คือ ระลึกชาติในอดีตได้
๒. ทิพพจักขุญาณ หรือ จุตูปปาตญาณ มีตาทิพย์ หรือรู้จุติและปฏิสนธิของสัตว์ทั้งหลาย
๓. อาสวักขยญาณ มีปัญญารู้วิชชาที่ทำให้สิ้นอาสวกิเลส (ญาณนี้ พระอรหันต์ต้องรู้ทุกองค์) อภิญญา ๖ หรือ วิชชา ๖ ก็คือ อภิญญา ๓
๔. ปรจิตตวิชานนะ หรือเจโตปริยญาณ คือมีความรู้ซึ้งถึงจิตใจของผู้อื่น
๕. ทิพพโสตญาณ มีหูทิพย์
๖. อิทธิวิธิ สามารถแสดงฤทธิ์เดชได้
พระอรหันต์ ๒ ประเภทหลัง
๑. พระอรหันต์ผู้มีปฏิสัมภิทาญาณ
๒. พระอรหันต์ผู้ไม่มีปฏิสัมภิทาญาณ
ปฏิสัมภิทาญาณ คือ ถึงพร้อมด้วยความรู้อันแตกฉานรอบรู้อรรถ และรอบรู้ธรรมต่าง ๆ ซึ่งมี ๔ ประการคือ
๑. อัตถปฏิสัมภิทาญาณ รู้แตกฉานในผลที่เกิดจากเหตุ
๒. ธัมมปฏิสัมภิทาญาณ รู้แตกฉานในเหตุที่ทำให้ผลเกิด
๓. นิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ รู้แตกฉานภาษาในการอธิบายอรรถและธรรมคือผลและเหตุโดยถี่ถ้วน
๔. ปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณ ปัญญาแตกฉานในปฏิภาณ คือมีปัญญาว่องไวเฉียบแหลมคมคายไหวพริบดีในการตอบโต้อรรถและธรรม ตลอดจนนิรุตติ ได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วชัดเจน มีความรู้แตกฉาน

พระอรหันต์แยกออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. พระสัพพัญญูพุทธเจ้า หรือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พระอรหันต์ ที่ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณด้วยพระองค์เอง และสามารถโปรดสัตว์ให้พ้นทุกข์ ถึงอริยมรรคอริยผลได้ เพราะทรงถึงพร้อมด้วยญาณ อันเป็นเครื่องโปรดสัตว์ ๓ ประการ คือ
๑. อาสยานุสยญาณ คือญาณที่สามารถหยั่งรู้อัธยาศัยของเวไนยสัตว์ได้
๒. อินทริยปโรปริยัติญาณ คือญาณที่สามารถรู้อินทรีย์ของสัตว์ทั้งหลายว่ายิ่งหย่อนกันอย่างไร เพียงไหน
๓. สัพพัญญุตญาณ คือญาณปัญญาที่สามารถรู้สังขตธรรมและอสังขตธรรม รวมทั้งบัญญัติธรรมสิ้นทั้งปวง
๒. พระปัจเจกพุทธเจ้า หรือ พระอรหันตปัจเจกพุทธเจ้า ก็ตรัสรู้เองเหมือนกัน ไม่ถึงพร้อมญาณ อันเป็นเครื่องโปรดสัตว์ทั้ง ๓ ดังกล่าวในข้อ ๑
๓. พระอรหันต์ทั่วไปที่ไม่ใช่ข้อ ๑ และข้อ ๒ คือ พระอรหันต์ที่ตรัสรู้ธรรมสำเร็จอรหัตตมรรคและอรหัตตผล ตามคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า