พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๖ - อรูปาวจรจิต
อรูปาวจรจิต เป็นจิตที่เกิดขึ้นโดยการบำเพ็ญสมาธิหรือสมถภาวนาของท่านผู้ที่ได้บรรลุ รูปาวจรปัญจมฌานมาแล้ว โดยประเภทของอารมณ์มี ๔ ดวง คือ
๑. อากาสานญฺจายตนกุสลจิตฺตํ อากาสานัญจายตนกุศลจิต
๒. วิญฺาณญฺจายตนกุสลจิตฺตํ วิญญาณัญจายตนกุศลจิต
๓. อากิญฺจญฺายตนกุสลจิตฺตํ อากิญจัญญายตนกุศลจิต
๔ เนวสญฺานาสญฺายตนกุสลจิตฺตํ เนวสัญญานาสัญญายตนกุศลจิต
อรูปฌานที่ ๑ กำหนดเอาอากาศอันไม่มีที่สุดเป็นอารมณ์ เรียกเป็นศัพท์ว่า กสิณุคฆาฏิมากาสบัญญัติ แปลว่า ข้อกำหนด ถึงอากาศที่เพิกองค์กสิณฯ ที่มีเพียง ๙ เพราะต้องใช้อากาศ กสิณเป็นอารมณ์อยู่แล้ว ภาวนาว่า อากาโส อนนฺโต และที่เปลี่ยนเป็นอากาสานัญจา เพราะลงภาวปัจจัย เปลี่ยน วรรค ต เป็น จ ท่านว่าเหมือนศาลาหลังใหญ่การเพิกปฏิภาคนิมิตเหมือนเอาเครื่องประดับออกหมด เหลือแต่ศาลาว่าง ๆ และเพ่งเอาความว่างนั้นเป็นอารมณ์
อรูปฌานที่ ๒ หมายถึงจิตที่ยึดเหนี่ยวเอาจิตดวงก่อนที่กำหนดรู้อากาสนิมิตมาเป็นอารมณ์จิตดวงนี้ก็คือ วิญญาณตัวกำหนดนั่นเอง ท่านจึงเรียกว่า วิญญาณัญจายตนะ มีข้อเปรียบเทียบว่าในศาลาอันว่างนั้น ขณะนี้มีหมู่พระสงฆ์เข้ามาทำวัตรสวดมนต์กัน จิตดวงนี้มิได้เอาใจใส่อากาศว่างในขอบเขตศาลานั้นเลย เพ่งแต่หมู่พระสงฆ์ และบริกรรมว่า วิญฺาณํ อนนฺตํ ๆ
อรูปฌานที่ ๓ อากิญจัญญายตนะ จิตที่ยึดเหนี่ยวเอาสภาพความไม่มี (คือความไม่มีอรูปฌานที่ ๒ ) มาเป็นอารมณ์ อุปมาเหมือนศาลาใหญ่มีพระสงฆ์ประชุมกันนั้น เมื่อพระออกไปหมดแล้ว เหลืออยู่แต่ความไม่มี จึงนึกเพ่งว่านิดเดียว (หรือ สักองค์เดียว) ก็ไม่มี แต่ไม่เอาใจใส่อากาศความว่างในศาลาด้วย กำหนดเอาจิตดวงที่รู้สึกว่า ไม่มีนั่นแลเป็นอารมณ์ ภาวนาว่า นตฺถิ กิญฺจิ ๆ
อรูปฌานที่ ๔ เนวสัญญานาสัญญายตนะ จิตที่ยึดอารมณ์ละเอียดยิ่ง โดยอารมณ์นั้น จะมีสัญญาก็ไม่ใช่ไม่มีก็ไม่ใช่ คือเป็นจิตที่ละเอียดอ่อนจนไม่รู้จะใช้คำพูดให้เข้าใจอย่างไร ท่านอุปมาว่า เหมือนน้ำมันที่ทาบาตรกันสนิมจะว่าไม่มีน้ำมันก็ไม่ใช่ จะว่าน้ำมันมากถึงขนาดถ่ายใส่ภาชนะอื่นก็ไม่ได้ จึงมีบทบริกรรมในฌานนี้ว่า เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ