พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๕ - กามาวจรกุศลจิต ๘

กามาวจรกุศลจิต คือ สภาพจิตซึ่งประกอบด้วยเจตนาที่ดีงาม เป็นกามาวจรกุศล ๘ ดวง คือ
๑. โสมนสฺสสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ จิตที่เกิดขึ้นพร้อมกับโสมนัสประกอบด้วยปัญญา และเกิดตามลำพัง
๒. โสมนสฺสสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับโสมนัส ประกอบด้วย ปัญญา และเกิดขึ้นโดยถูกกระตุ้นหรือชักจูง
๓. โสมนสฺสสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับโสมนัส ปราศจาก ปัญญา และเกิดตามลำพัง
๔. โสมนสฺสสหคตํ าณวิปฺปยุตตํ สสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับโสมนัส ปราศจาก ปัญญา และเกิดโดยถูกกระตุ้นหรือชักจูง
๕. อุเปกฺขาสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับอุเบกขา ประกอบ ด้วยปัญญา และเกิดตามลำพัง
๖. อุเปกฺขาสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับอุเบกขา ประกอบ ด้วยปัญญา และเกิดโดยถูกกระตุ้นหรือชักจูง
๗. อุเปกฺขาสหคตํ าณวิปฺยุตฺตํ อสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับอุเบกขา ปราศจาก ปัญญา และเกิดตามลำพัง
๘. อุเปกฺขาสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ จิตที่เกิดพร้อมกับอุเบกขา ปราศจาก ปัญญา และเกิดขึ้นโดยถูกกระตุ้นหรือชักจูง
ในกามาวจรกุศลจิตทั้ง ๘ ดวงนี้ ดวงที่ ๑ มีผลมากที่สุด เพราะเกิดกับโสมนัสประกอบด้วยปัญญาและเกิดตามลำพัง ส่วนอีก ๗ ดวง มีผลลดหลั่นลงมาตามลำดับ ฉะนั้นผู้ที่ทำกุศลด้วยจิตดวงที่หนึ่ง จึงได้ผลแรงหรือมากกว่าทำด้วยจิตดวงอื่นๆ เมื่อจิต ๘ ดวงนี้ส่งผลให้เกิดในภพรูปที่ดีหรือ สุคติภูมิ (มนุษย์ ๑ สวรรค์ ๖) เรียกว่า มหาวิบากจิต
จิตทั้ง ๘ ดวงนี้เกิดแก่พระอรหันต์ เรียกว่ามหากิริยาจิต ถ้าปุถุชนคิดทำความดีเป็นมหากุศลเพราะจะส่งผลเป็นมหาวิบากในภพต่อไป แต่พระอรหันต์ไม่เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว การทำความดีของท่านเต็มบริบูรณ์ถึงที่สุด ไม่ต้องมีวิบากในชาติต่อไป ถึงกระนั้นท่านก็ยังคิดดีทำดีพูดดีโดยปกติ อาการคิดดีของท่านเรียกว่า มหากิริยาจิต