พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๔ - สเหตุกจิตและอเหตุกจิต
ปกติจิตที่เกิดขึ้นส่วนมาก ย่อมประกอบด้วยเหตุ และเหตุที่ให้เกิดขึ้นได้นั้นมี ๒ ประการ คือ
ก. โสภณเหตุ เหตุที่ดีงาม เกิดพร้อมกับโสภณจิต คือกุศล วิบาก และกิริยาเท่านั้น
ถ้าเกิดพร้อมกับกุศลจิต ก็เรียกกุศลเหตุ
ถ้าเกิดพร้อมกับวิบากจิต ก็เรียกวิบากเหตุ
ถ้าเกิดพร้อมกับกิริยาจิต ก็เรียกกิริยาเหตุ
ข. อกุศลเหตุ เหตุบาป เกิดกับอกุศลเท่านั้น
โสภณเหตุนั้น มี ๓ ประการคือ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ ที่เรียกว่า อโลภเหตุ อโทสเหตุ และ อโมหเหตุ การทำบุญกุศลย่อมเกิดขึ้นได้ เพราะอาศัยเหตุ ๓ อย่างนี้ เกิดร่วมด้วย ๒ อย่าง หรือทั้ง ๓ อย่าง แต่จะเกิดร่วมด้วยเหตุเดียวไม่มี
ส่วนเหตุบาปหรืออกุศลนั้น มี ๓ ประการเช่นกัน คือ โลภะ โทสะ และ โมหะ ที่เรียกว่า โลภเหตุ โทสเหตุ และ โมหเหตุ การทำบาปย่อมเกิดขึ้นจากเหตุ ๓ ประการนี้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ๒ อย่าง เกิดพร้อมกัน ๓ เหตุไม่มี คือการทำบาปที่เกิดพร้อมกับทั้ง ๓ เหตุไม่มี
โสภณเหตุ ๓ อกุศลเหตุ (เหตุบาป) ๓ จึงเป็นเหตุ ๖ ประการ รวมเรียกว่า“สัมปยุตเหตุ” คือ เหตุที่ประกอบกันเข้าทำให้จิตเกิดขึ้น จิตที่เกิดเพราะอาศัยเหตุ ๖ ประการหรือสัมปยุตเหตุนี้ เรียกว่า “สเหตุกจิต” ซึ่งแปลว่า “จิตที่มีเหตุ”
ส่วนจิตที่ไม่ได้ประกอบด้วยเหตุ ๖ ประการ เหตุใดเหตุหนึ่ง เรียกว่า “อเหตุกจิต” เป็นจิตที่ไม่มีเหตุดีงาม (โสภณเหตุ) และเหตุบาปเข้าประกอบเลย หากแต่เกิดขึ้นเพราะ อุปัตติเหตุ เหตุก่อให้จิตเกิดขึ้น อันเป็นเหตุปัจจุบันที่ไม่ประกอบด้วยบุญและบาป อเหตุกจิต คือ จิตที่ไม่ประกอบด้วยเหตุนั้น มี ๑๘ ดวง โดยแบ่งเป็น ๓ ชนิดคือ
๑. อกุศลวิบากจิต ๗ ดวง
๒. อเหตุกกุศลวิบากจิต ๘ ดวง
๓. อเหตุกกิริยาจิต ๓ ดวง