พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๒ - ประเภทของจิต
จิตนี้ เมื่อกล่าวตามสภาวลักษณะแล้วก็มีเพียง ๑ เท่านั้น คือ เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ แต่เมื่อจำแนกออกเป็นประเภทต่าง ๆ ตามลักษณะของตนแล้ว จิตอย่างย่อมี ๘๙ ดวง อย่างพิศดารมี ๑๒๑ ดวง
จิตทั้ง ๘๙ ดวง หรือ ๑๒๑ ดวงนั้น จำแนกเป็นนัยต่าง ๆ ได้ ๖ นัย เท่าที่จำเป็นควรจะทราบในที่นี้ คือ
๑. ชาติเภทนัย คือ การแยกประเภทของจิตออกเป็นชาติสกุล คือ จิตนี้เมื่อจำแนกโดยชาติสกุลแล้วก็มี ๔ ชาติ คือ
ก. กุศลชาติจิตฝ่ายกุศล
ข. อกุศลชาติจิตฝ่ายอกุศล
ค. วิบากชาติจิตที่เป็นวิบาก
ง. กิริยาชาติจิตที่เป็นกิริยา
ชาติสกุลของจิตทั้ง ๔ ประเภทนี้ นิยมเรียกกันแต่เพียงโดยย่อว่า กุศล อกุศล วิบากและกิริยา
๒. ภูมิเภทนัย คือ การแยกประเภทของจิตโดยภูมิ จิตที่แยกโดยภูมินี้มี ๔ ภูมิ คือ
ก. กามภูมิ หรือ กามาวจรภูมิ ระดับจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในกามภพ
ข. รูปภูมิ หรือ รูปาวจรภูมิ ระดับจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในรูปภพ หรือระดับจิต ของผู้ได้รูปฌาน
ค. อรูปภูมิ หรือ อรูปาวจรภูมิ ระดับจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในอรูปภพ หรือ ระดับจิตของผู้ได้อรูปฌาน
ง. โลกุตตรภูมิ ระดับจิตของพระอริยเจ้าผู้พ้นแล้วจากโลกียภูมิ ๓ ข้างต้น
๓. โสภณเภทนัย คือ การแยกจิตเป็นประเภทโสภณและอโสภณมี ๒ อย่าง คือ
ก. โสภณจิต จิตที่ดีงาม
ข. อโสภณจิต จิตที่นอกจากโสภณจิต
๔. โลกเภทนัย คือ การแยกประเภทของจิตที่เป็นอยู่ในโลกทั้ง ๓ และที่พ้นจากโลกมี ๒ ประเภท คือ
ก. โลกิยจิต คือ จิตที่เป็นไปในโลกทั้ง ๓ คือ กามโลก รูปโลก และอรูปโลก
ข. โลกุตตรจิต คือ จิตที่พ้นจากความเป็นไปในโลกทั้ง ๓ หรือจิตที่เหนือโลก
๕. เหตุเภทนัย คือ การแยกประเภทของจิต ที่ประกอบด้วยเหตุและไม่ ประกอบด้วยเหตุมี ๒ ประเภท คือ
ก. สเหตุกจิต จิตที่ประกอบด้วยเหตุ คือ โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ
ข. อเหตุกจิต จิตที่ไม่ประกอบด้วยเหตุ คือไม่ประกอบด้วย โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ และอโมหะ
๖. เวทนาเภทนัย คือ การแยกจิตออกโดยการเสวยอารมณ์ ตามเวทนาทั้ง ๕ มี ๕ ประเภท คือ
ก. สุขเวทนา การเสวยความสุขทางกาย
ข. ทุกขเวทนา การเสวยความทุกข์ทางกาย
ค. โสมนัสสเวทนา การเสวยความสุขทางใจ
ง. โทมนัสสเวทนา การเสวยความทุกข์ทางใจ
จ. อุเบกขาเวทนา การเสวยอารมณ์ที่เป็นกลาง ๆ ไม่สุขไม่ทุกข์

การที่จะเข้าใจจิตทางพระพุทธศาสนาได้ชัดเจนนั้น ผู้ศึกษาจะตัองเข้าใจนัยต่าง ๆ ของจิตแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง จิตแต่ละประเภทที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ซึ่งจะได้ทราบรายละเอียดเท่าที่จำเป็นต่อไปนี้


ในที่นี้ จะได้อธิบายจิตที่จำแนกออกโดยภูมิก่อน ตามแนวที่พระอนุรุทธาจารย์ได้แสดงไว้ในอภิธัมมัตถสังคหะ เพราะเป็นการแสดงถึงความเป็นไปของจิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในภูมิต่างๆ มี กามภูมิ เป็นต้น อย่างที่เราทั้งหลายประสบอยู่นี้ เพราะจะทำให้เข้าใจได้ง่ายกว่าการอธิบายประเภทอื่นๆ ก่อน ทั้งเป็นเหตุให้เข้าใจจิตประเภทอื่นๆ ไปในตัวด้วย ในจำนวนจิต ๘๙ ดวง หรือ ๑๒๑ ดวงนั้น เมื่อจำแนกโดยภูมิแล้วมีจำนวนดังนี้

จิตโดยย่อ
จิตโดยพิสดาร
๑. กามาวจรจิต
๕๔ ดวง
  กามาวจรจิต
๕๔ ดวง
๒. รูปาวจรจิต
๑๕ ดวง
  รูปาวจรจิต
๑๕ ดวง
๓. อรูปาวจรจิต
๑๒ ดวง
  อรูปาวจรจิต
๑๒ ดวง
๔. โลกุตตรจิต
๘ ดวง
  โลกุตตรจิต
๔๐ ดวง
รวม ๘๙ ดวง
รวม ๑๒๑ ดวง

จิต ๘๙ ดวง ที่ขยายเป็น ๑๒๑ ดวงนั้น ก็เพราะนับโลกุตตรจิต ๘ ของท่านผู้ได้ฌาน ๕ เข้าไปด้วย คือเอา ๕ คูณ ๘ เป็น ๔๐ คือ จิต ๘๙ ดวง ชักออกเสีย ๘ คงเหลือ ๘๑ ดวง แล้วเอา ๔๐ ที่กระจายออกไปแล้วนั้นมานับรวมเข้าจึงเป็น ๑๒๑ ดวง


กามาวจรจิต
กามาวจรจิต คือ จิตที่ท่องเที่ยวอยู่ในกาม หรือ กามภูมิ เป็นจิตที่ข้องอยู่ในกามอารมณ์ กามาวจรจิตนี้มี ๕๔ ดวง จำแนกเป็น ๒ ชนิด คือ