พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๒ - ลักษณะของจิต
จิต เป็นธรรมชาติชนิดหนึ่งที่เป็นนามธรรม ไม่มีรูปร่าง อาศัยอยู่ในร่างกายของสัตว์ทั้งหลาย มักดิ้นรน กวัดแกว่ง รักษายาก ห้ามยาก มักตกไปในอารมณ์ที่ตนปรารถนาเกิดเร็ว ดับเร็ว เที่ยวไปไกล และเที่ยวไปดวงเดียว แต่เป็นธรรมชาติที่ฝึกได้
จิตนี้เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ คือรับอารมณ์อยู่เสมอ จึงเรียกว่า “รู้อารมณ์” ดังพระบาลีว่า

“จินฺเตตีติ จิตฺตํ, อารมฺมณํ วิชานาตีติ อตฺโถ.
ธรรมชาติที่ชื่อว่าจิต เพราะคิด คือ รู้อารมณ์”

จิตนี้ มีชื่อต่าง ๆ ที่เรียกขานกันถึง ๑๐ ชื่อ ดังพระบาลีในธัมมสังคณีว่า
“ยํ ตสฺมึ สมเย จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ
มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา
มโนวิญฺณธาตุ อิทํ ตสฺมึ สมเย มนินฺทฺริยํ โหติ”


แปลว่า “ธรรมชาติใด ที่มีในสมัยนั้น คือ จิต มโน หทัย ปัณฑระ มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนวิญญาณธาตุ อันสมควรแก่ธรรมทั้งหลาย มีผัสสะเป็นต้นเหล่านั้น ธรรมชาตินั้นก็คือ มนินทรีย์”
ดังนั้น ชื่อของจิตทั้ง๑๐ ประการ ดังที่กล่าวมาข้างต้นนั้น ก็เป็นอย่างเดียวกันนั่นเองแต่
ที่เรียกชื่อไปต่าง ๆ กันนั้น ก็เพราะทำหน้าที่ต่างกัน เหมือนกับคนคนเดียวทำหน้าที่หลายอย่าง เช่น เป็นผู้ชาย ซึ่งเป็นพ่อของลูก ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นครูบ้าง เป็นผู้อำนวยการบ้าง เป็นประธานบ้าง เป็นลุงบ้าง เป็นตาบ้าง เป็นต้น ตามหน้าที่และภาวะของตนดังคำอธิบายในคัมภีร์อัฏฐสาลินี อันเป็นอรรถกถาธัมมสังคณีว่า
(๑) ธรรมชาติใดย่อมคิด ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า จิต
(๒) ธรรมชาติใดเมื่อน้อมไปสู่อารมณ์ก็รู้อยู่ ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า มโน
(๓) ใจนั้นเอง ชื่อว่า มนัส
(๔) จิตนั่นเอง ชื่อว่า หทัย เพราะอยู่ในภายใน
(๕) จิตเป็นธรรมชาติผ่องใส จึงชื่อว่า ปัณฑระ
(๖) อายตนะ คือ ใจมั่นเอง ชื่อว่า มนายตนะ
(๗) มนะที่เป็นอินทรีย์ ชื่อว่า มนินทรีย์
(๘) ธรรมชาติใดรู้ ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า วิญญาณ
(๙) ขันธ์คือวิญญาณนั่นเอง ชื่อว่า วิญญาณขันธ์
(๑๐) มนะที่เป็นธาตุชนิดหนึ่งซึ่งรู้อารมณ์ ชื่อว่า มโนวิญญาณธาตุ


อีกอย่างหนึ่ง ลักษณะพิเศษประจำตัว โดยเฉพาะของจิตมี ๔ ประการ ที่เรียกว่า ลักขณาทิจตุกกะของจิต คือ
๑. วิสยวิชานนลกฺขณํ มีการรับอารมณ์เป็นลักษณะ
๒. ปุพฺพงฺคมรสํ มีการเป็นประธานในธรรมทั้งปวงเป็นหน้าที่
๓. สนฺทหนปจฺจุปฏฺฐานํ มีการเกิดขึ้นต่อเนื่องกันไม่ขาดสายเป็นอาการปรากฏ
๔. นามรูปปทฏฺฐานํ มีนามรูปเป็นเหตุใกล้ให้เกิด
ในการให้ความจำกัดคำศัพท์ทางพระพุทธศาสนาที่สมบูรณ์นั้น ท่านจะบอกลักษณะพิเศษประจำตัวโดยเฉพาะของศัพท์นั้น ๆ เช่นนี้เสมอ เพราะเป็นการบอกถึงลักษณะหน้าที่อาการที่ปรากฏ และเหตุเกิดของธรรมนั้น ๆ อย่างชัดเจนที่สุด


อภิ.สงฺ. ๓๔/๒๑/๑๐ - ๓๒/๑๒