พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๖ - กิจเบื้องต้นของผู้ที่จะทำกัมมัฏฐาน
กิจเบื้องต้นของผู้ที่จะทำกัมมัฏฐาน
ตัดความกังวลหรือปลิโพธิ

อาวาโส จ กุลํ ลาโภ คโณ กมมญฺจ ปญฺจมํ
อทฺธานํ าติ อาพาโธ คนฺโถ อิทฺธีติ เต ทส

         ๑. ห่วงที่อยู่ ว่าจะทรุดโทรมหรือเสียหาย
         ๒. ห่วงสกุล ว่าไม่ได้ติดต่อเขาอาจหยุดบำรุง ห่างเหิน
         ๓. ห่วงลาภ ห่วงรายได้ หรือผลประโยชน์ว่าจะตกต่ำ
         ๔. ห่วงหมู่คณะ ว่าญาติมิตร อาจารย์ บริวาร จะเป็นอยู่ลำบาก
         ๕. ห่วงการงาน ว่าทำไม่ได้เสร็จจะคั่งค้าง
         ๖. ห่วงการเดินทาง ว่าเตรียมจะไปต่อที่ใด พร้อมไม่พร้อม
         ๗. ห่วงญาติ คู่ครอง บิดามารดา ว่าจะเดือดร้อนเจ็บป่วย
         ๘. ห่วงสุขภาพ ว่าโรคจะกำเริบ จะรักษาอย่างไร
         ๙. ห่วงการศึกษา ว่าจะเรียนไม่สำเร็จ
         ๑๐ . ห่วงฤทธิ์เดช อำนาจที่มีว่าจะเสื่อมไป

เลือกสถานที่
         ๑. ไม่ใกล้ ไม่ไกลจากหมู่บ้านเกินไป
         ๒. มีคนสัญจรผ่านไปมาน้อย
         ๓. มีลมแดด อากาศจะสบายดี ไม่มีแมลงสัตว์เลื้อยคลานรบกวน
         ๔. มีความสะดวกในปัจจัย ๔
         ๕. มีอาจารย์ที่ดีสอน

กัลยาณมิตร
         หมายถึงผู้บอกกัมมัฏฐาน ให้มีลักษณะดังต่อไปนี้

ปิโย ครุภาวนีโย วตฺตา จ วจนกฺขโม
คมฺภีรญฺจ กถํ กตฺตา โน จฏาเน นิโยชเย

๑. ผู้น่ารัก๒. น่าเคารพ น่ายกย่อง
๓. เป็นคนพูดชี้แจงกัมมัฏฐานได้๔. อดทนต่อคำโต้แย้งได้
๕. พูดอธิบายได้ลึกซึ้งถึงแก่น๖. ไม่ชักชวนในทางเสียหาย

วิปัสสนูปกิเลส
         ในการบำเพ็ญกัมมัฏฐาน ผู้ประกอบความเพียรพึงระวังวิปัสสนูปกิเลส ปรากฏการณ์ทางจิตที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้นั่งสมาธิได้ในระดับหนึ่ง วิปัสสนูปกิเลสหากเกิดขึ้น แสดงว่าผู้บำเพ็ญมีความก้าวหน้าในการปฏิบัติ แต่หากติดอยู่เพียงวิปัสสนูปกิเลสก็เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง

โอภาโส ปีติ ปสฺสทฺธิ อธิโมกฺโข จ ปคฺคโห
สุขํ าณมุปฏฺานํ อุเปกฺขา จ นิกนฺติ จ

๑. โอภาส แสงสว่าง
๒. ปีติความอิ่มใจ
๓. ปัสสิทธิความสงบกายสงบจิตอย่างยิ่ง
๔. อธิโมกข์ความศรัทธาอย่างแรงกล้า
๕. ปัคคหะความเพียรอย่างแรงกล้า
๖. สุขสุขอย่างเหลือล้น
๗. ญาณปัญญาเฉียบแหลมอย่างพิเศษ
๘. อุปัฏฐานะความตั้งใจมั่นอย่างยิ่ง
๙. อุเปกขาจิตวางเฉยไม่ยินดีต่อสิ่งทั้งหลาย
๑๐. นิกันติความพอใจต่อวิปัสสนาญาณอย่างแรงกล้า

นิมิต ๓
         เรียกภาวนา ๓ ก็ได้ เป็นเครื่องหมายสำหรับให้จิตกำหนดในการเจริญกัมมัฏฐานหรือภาพที่เห็นในใจอันเป็นตัวแทนของสิ่งนี้ใช้เป็นอารมณ์กัมมัฏฐาน
         ๑. บริกรรมนิมิต นิมิตแห่งบริกรรม เช่น ดวงกสิณที่เพ่งอยู่ หรือพุทธคุณที่นึกเป็นอารมณ์ว่าอยู่ในใจเป็นต้น
         ๒. อุคคหนิมิต นิมิตติดตา ได้บริกรรมที่เพ่งหรือนึกกำหนดจนเห็นแม่นในใจ เช่น ดวงกสิณที่ เพ่งจนติดตา หลับตามองเห็นเป็นต้น
         ๓. ปฏิภาคนิมิต นิมิตที่เป็นภาพเหมือนของอุคคหนิมิต เกิดจากสัญญา สามารถนึกขยายหรือย่อ ส่วนได้ตามปรารถนา


วิสุทฺธิมคฺคสฺส ปโม ภาโค ๑๑๒
วิ.ปม. ๑๒๓
วิ. ตติย. ๒๖๗