พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๖ - การรวมและแจกแจงกัมมัฏฐาน
การรวมและแจกแจงกัมมัฏฐาน
                  สมถสังคหะ การรวบรวมเรื่องของสมถกัมมัฏฐาน ตอนแรกว่าด้วยอารมณ์ของกัมมัฏฐาน ๔๐ คือ
         ๑. กสิณ ๑๐
                  ปฐวี - อาโป - เตโช - วาโยกสิณ เรียกว่า ภูตกสิณ
                  นีล - ปีต - โลหิต - โอทาตกสิณ เรียกว่า วัณณกสิณ
                  ปริฉินนากาศ เรียก อากาสกสิณ
                  แสงสว่างแห่งดวงจันทร์ เป็นต้น เรียก อาโลกกสิณ
         ๒. อสุภ ๑๐
                  ๑. อุทธมาตกะ ซากศพที่ขึ้นพอง
                  ๒. วินีลกะ ซากศพที่มีสีเขียว
                  ๓. วิปุพพกะ ซากศพที่มีน้ำเหลืองไหล
                  ๔. วิจฉิททกะ ซากศพที่ถูกตัดขาดในท่ามกลาง
                  ๕. วิกขายิตกะ ซากศพที่ถูกสัตว์กัดกินเป็นแผลเหวอะหวะ
                  ๖. วิกขิตตกะ ซากศพที่มือเท้าขาดกระจัดกระจาย
                  ๗. หตวิกขิตตกะ ซากศพที่ถูกสับฟันเป็นริ้วเรี่ยราย
                  ๘. โลหิตกะ ซากศพที่มือเลือดไหล
                  ๙. ปุฬุวกะ ซากศพที่ (ถูกทิ้งหลายวัน) มีหนอนไต่
                  ๑๐. อัฏฐิกะ ซากศพที่เหลือแต่กระดูกขาว
         ๓.อนุสสติ ๑๐
                  ๑. พุทธานุสสติ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นพระอรหันต์เป็นต้น
                  ๒. ธัมมานุสสติ ระลึกถึงพระธรรมว่าเป็นสวากขาตธรรมเป็นต้น
                  ๓. สังฆานุสสติ ระลึกถึงพระสงฆ์ว่าเป็นสุปฏิบัติเป็นต้น
                  ๔. สีลานุสสติ ระลึกถึงคุณของศีลอันบริสุทธิ์ของตน
                  ๕. จาคานุสสติ ระลึกถึงการเสียสละไม่ตระหนี่ของตน
                  ๖. เทวตานุสสติ การตั้งเทวดาเป็นพยาน แล้วทำความดีเป็นต้น
                  ๗. อุปสมานุสสติ การระลึกถึงธรรมที่สงบคือระลึกถึงและพิจารณาคุณของ
พระนิพพาน
                  ๘. มรณานุสสติ การระลึกถึงความตายอันเป็นความขาดสิ้นแห่ง
ชีวิตินทรีย์
                  ๙. กายคตาสติ สติอันเป็นไปในกาย มี ผม ขน เป็นต้น
                  ๑๐. อานาปานัสสติ สติกำหนดลมหายใจ เข้า - ออก เป็นอารมณ์

         พรหมวิหาร ๔ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
         อาหาเรปฏิกูลสัญญา ๑
         จตุธาตุววัตถาน ๑ (การกำหนดธาตุ ๔)
         อรูป ๔
                  อนุสสติ ๘ (เว้นกายคตาสติ และอานาปานัสสติ) อาหาเรปฏิกูลสัญญา จตุธาตุววัตถาน ทำให้เกิดอุปจารสมาธิ ที่เหลือ ๓๐ ทำให้เกิดถึงอัปนาสมาธิ

จริต ๖
         ราคจริต ผู้มีใจประพฤติในทางราคะ เช่นชอบสวยงาม
         โทสจริต ผู้มีใจโน้มเอียงประพฤติในทางโทสะใจร้อน
         โมหจริต ผู้มีใจโน้มเอียงในทางเขลา งมงาย
         สัทธาจริต ผู้มีใจโน้มเอียงซาบซึ้ง เลื่อมใสง่าย
         พุทธิจริต ผู้มีใจโน้มเอียงในทางใช้ความคิดพิจารณาเหตุผล
         วิตกจริต ผู้มีใจโน้มเอียงคิดจับจดฟุ้งซ่าน

กัมมัฏฐานเหมาะแก่จริต
         ๑. อสุภ ๑๐ และกายคตาสติ เหมาะแก่คนราคจริต
         ๒. พรหมวิหาร ๔ วัณณกสิณ ๔ เหมาะแก่คนโทสจริต
         ๓. อานาปานสติ เหมาะแก่คนโมหจริต - วิตกจริต
         ๔. อนุสสติ ๖ ข้อแรก เหมาะแก่สัทธาจริต
         ๕. มรณานุสสติ อุปสมานุสสติ จตุธาตุววัตถาน อาหาเรปฏิกูลสัญญา เหมาะแก่คนพุทธิจริต
         ๖. กสิณที่มีอารมณ์ไม่แรง (ปริตตารมณ์) เหมาะแก่คนวิตกจริต ที่เป็นอัปปนา เหมาะแก่คนโมหจริต

การปรับอินทรีย์ให้พอดี
         สัทธา กับ ปัญญา ต้องพอดีกัน
         สมาธิ กับ วิริยะ ต้องพอดีกัน
         สติ เหมาะสมในทุกกรณี