พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๕ - พระนิพนธ์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า
ท่านแสดง สนธิ คือหัวต่อไว้ ๓ คือ เหตุอดีต ได้แก่ อวิชชา สังขาร ซึ่งต่อกับวิญญาณเป็นต้นอันมีปัจจุบัน นี่เรียกว่า สนธิ ๑ ในปัจจุบันนี้ ก็มีสนธิ คือกายอันนี้ ที่มีวิญญาณเป็นต้นจนถึงกัมมภพแบ่งเป็นส่วนผลมีมาจากเหตุเก่าส่วนหนึ่ง เป็นส่วนเหตุที่เกิดขึ้นใหม่ อันได้แก่ กรรมอีกส่วนหนึ่ง ผลเก่ากับทำเหตุใหม่นี้ต่อกัน เรียกว่า สนธิ ๑ กรรมที่ทำในปัจจุบันนี้อันเรียกว่าเหตุใหม่ จะให้ผลต่อไปในอนาคตเป็นอุปปัตติภพ และชาติ ชรา มรณะ เป็นต้น นี้เป็นสนธิอีก ๑ จึงมีสนธิ ๓ นี่แบบเก่าท่านแสดงไว้เช่นนี้ แต่ถ้าเป็นเช่นนี้จริงแล้ว อวิชชาสังขารเป็นอดีตอัทธาไม่ใช่ปัจจุบัน ใครจะประพฤติดี ประพฤติชอบเท่าไร ก็ละไม่ได้ เพราะเป็นอดีตล่วงมาแล้ว เหมือนอย่างเมื่อวานนี้ เราทำอะไรไว้แล้ว จะมาละในวันนี้ ละไม่ได้ และปัจจุบันอัทธา คือ ตั้งแต่วิญญาณจนถึงกัมมภพเป็นปัจจุบัน ถ้าเช่นนั้นตั้งแต่อุปปัตติภพ จนถึง ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาส เป็นอนาคตยังไม่มาถึง เมื่อเป็นเช่นนี้ในปัจจุบันนี้ใครก็ละไม่ได้ เพราะยังไม่มาถึงจะไปละอย่างไร เหมือนดังพรุ่งนี้ จะมีอะไรขึ้น เราจะละ ในวันนี้ไม่ได้ จะละได้ต่อเมื่อมาถึงเข้า ค้านกันอยู่เช่นนี้ และถ้าแบ่งแยกออกไปเป็น ๓ กาล ชาตินี้ เราก็ไม่มี อวิชชา สังขาร เพราะนั่นเป็นเหตุอดีตล่วงมาแล้ว ทั้งไม่มีชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัส อุปายาส เพราะเป็นอนาคตยังไม่มาถึง นึกถึงพระอรหันต์ พระอรหันต์ละอวิชชา สังขารได้, อวิชชา สังขาร เป็นอดีตหรือ? ก็จะเห็นได้ว่าไม่ใช่อดีต ปัจจุบันนี้แหละ ท่านจึงละได้ และ อุปปัตติภพ ชาติ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาส ท่านละเมื่อไหร่? ท่านก็ละในปัจจุบันนี้เอง ไม่ใช่ละในอนาคต เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เห็นได้ว่า ปฏิจจสมุปบาท ไม่ใช่แบ่งเป็นอดีต เป็นปัจจุบัน เป็นอนาคต เป็นอดีต ก็อดีตทั้งสาย, เป็นปัจจุบัน ก็ปัจจุบันทั้งสาย, เป็นอนาคต ก็อนาคตทั้งสาย, เช่นในอดีตที่เราได้เกิดมาแล้ว เราก็มีตั้งต้นแต่อวิชชาสังขารไปจนถึง ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาส มาถึงปัจจุบัน เราก็มีอวิชชา สังขาร วิญญาณ นามรูป ไปจนถึง ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะโทมนัสสะ อุปายาส ในปัจจุบันนี้แหละ, ถ้าจะมีต่อไปในอนาคตก็มีเต็มที่ทั้งสาย ตั้งแต่อวิชชาไป, เพราะฉะนั้น ในบัดนี้เราต้องมีตั้งแต่อวิชชา สังขาร จนถึง ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาส.
พระอรหันต์ละกิเลสก็ละอวิชชาสังขาร จนถึง ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสสะ อุปายาส ในปัจจุบันนี้เอง.


สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์, พระโอวาทธรรมบรรยาย (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย,๒๕๓๑ ) หน้า ๑๕๘ - ๑๖๐