พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๓ - ปสาทรูป ๕

ปสาทรูป หมายถึง รูปที่มีความใส สามารถในการรับอารมณ์ จัดเข้าในประเภท อุปาทายรูป มี ๕ ประการ คือ
๑. จักขุปสาทรูป เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน มีความใสดุจกระจกเงา ตั้งอยู่กลางตาดำประมาณเท่าหัวเหา มีหน้าที่ ๒ ประการ คือ
๑.๑ เป็นวัตถุที่ตั้งแห่งจักขุวิญญาณจิต
๑.๒ เป็นประตูเกิดแห่งจักขุทวารวิถีจิต
จักขุประสาทรูปนี้ ไม่ได้หมายถึงนัยน์ตาหรือลูกตา แต่หมายถึงแก้วตา ซึ่งตั้งอยู่กลางตาดำ มีเยื่อตาหุ้มอยู่ ๗ ชั้น
คำว่า จักษุมีความหมาย ๒ ประการ คือ มังสจักขุ และปัญญาจักขุ ปัญญาจักขุ แบ่งออกเป็น ๕ คือ
พุทธจักขุ รู้อัธยาศัยของสัตว์โลก
สมันตจักขุ ผู้บัญญัติ และปรมัตถธรรมเรียกอีกอย่างว่า สัพพัญญุตญาณ
ญาณจักขุ คือ อรหัตตมัคคญาณ รู้ทำกิเลสวะให้สิ้น
ธรรมจักขุ คือ ญาณปัญญา ของพระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี
ทิพพจักขุ การรู้เห็นสิ่งไกลด้วยอำนาจอภิญญาสมาธิ
๒. โสตปสาทรูป เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน มีความใสเป็นเครื่องรับเสียง ต่าง ๆ ตั้งอยู่ภายในส่วนลึกของช่องหู มีสัณฐานเหมือนวงแหวนมีขนสีแดงละเอียดอยู่โดยรอบเป็นเหตุให้ได้ยินเสียงต่าง ๆ มีหน้าที่ คือ
๑. เป็นที่ตั้งแห่งโสตวิญญาณจิต
๒. เป็นทวารอันเป็นที่เกิดของโสตทวารวิถีจิต คำว่า โสต หมายถึง ทิพพโส หูทิพย์ ตัณหาโสต กระแสตัณหาก็มี
๓. ฆานปสาทรูป เป็นรูปซึ่งเกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน มีความใสเป็นเครื่องรับกลิ่นต่าง ๆ ตั้งอยู่ภายในช่องจมูก มีสัณฐานคล้ายกีบเท้าแพะ สามารถรับคันธารมณ์ได้ มีหน้าที่ คือ เป็นวัตถุที่ตั้งของ ฆานวิญญาณจิต และเป็นทวาร เกิดของฆานทวารวิถีจิต
๔. ชิวหาปสาทรูป เป็นรูปธรรมชนิดหนึ่งที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน มีความใสเป็นเครื่องรับรสต่าง ๆ ตั้งอยู่ท่ามกลางลิ้นมีสัณฐานเหมือนปลายกลีบดอกอุบลมีหน้าที่ให้สำเร็จกิจ ๒ ประการ คือ
๑. เป็นวัตถุที่ตั้งแห่งชิวหาวิญญาณจิต
๒. เป็นทวารที่เกิดแห่งชิวหาทวารวิถีจิต
๕. กายปสาทรูป คือ รูปที่มีความใสสามารถรับโผฏฐัพพารมณ์ คือ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง เป็นรูปที่เกิดจากกรรมเป็นสมุฏฐาน เกิดอยู่ทั่วร่างกาย เว้น ปลายผม ปลายขน เล็บ หนังที่หนา และที่รวมแห่งอาหารใหม่ใต้สำไส้ใหญ่ กายปสาทรูปมีหน้าที่ ๒ ประการคือ
(๑) เป็นวัตถุที่ตั้งแห่งกายวิญญาณ
(๒) เป็นทวารที่เกิดแห่งกายทวารวิถี