พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๓ - มหาภูตรูป ๔

มหาภูตรูป ที่เรียกว่า มหาภูตรูป เพราะเหตุ ๕ คือ
๑. มหนฺตปาตุภาวโต
เป็นใหญ่เป็นประธานที่อาศัยแห่งอุปาทายรูป
๒. มหาภูตสามญฺโต
มีลักษณะหลอกลวงดังมายาการหรือปีศาจ
๓. มหาปริหารโต
ต้องบริหารมาก ด้วยปัจจัยมาก เพราะย่อยยับอยู่เสมอ
๔. มหาวิการโต
เปลี่ยนแปลงมาก เคลื่อนไหวมาก
๕. มหนฺตภูตตฺตา
กำหนดได้ด้วยความพยายามมาก และมีจริง

ปฐวี

เป็นรูปธรรม หรือรูปธาตุ มีลักษณะแข็งหรืออ่อน ถ้ามีปฐวีธาตุมาก หรือมวลสารแน่นหนา วัตถุนั้นจะแข็งมาก เช่น เหล็ก ไม้ หิน ปฐวีธาตุน้อยความแข็งก็น้อย เช่น สำลี ยาง ฟองน้ำ แบ่งโดยความหมายเป็น ๔ คือ
๑. ปรมัตถปฐวี ธรรมชาติที่ ที่สัมผัสถูกต้องแล้วมีความแข็งหรืออ่อน
๒. สสัมภารปฐวี ปฐวีธาตุอันเป็นส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตแบ่งเป็น ๒ คือ
๒.๑ อัชฌัตติกปฐวี ธาตุดินอันเป็นส่วนประกอบที่มีอยู่ในร่างกายสัตว์ ๒๐ อย่าง คือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ ผังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า มันสมอง
๒.๒ พาหิรปฐวี ธาตุดินภายนอกไม่อยู่ในสัตว์หรือสิ่งมีชีวิต เช่น เหล็ก ทองแดง เงิน ทอง
๓. กสิณปฐวี หรือ อารัมมณปฐวี อันพระโยคาวจรนำมาเป็นอารมณ์ของกัมมัฏฐานในเวลาเจริญปฐวีกสิณ
๔. ปกติปฐวี ดินที่ใช้สมมติเรียกกันตามปกติ เช่น ที่ดิน แผ่นดิน หรือเรือกสวน ไร่ นา

อาโป

ธรรมชาติที่เอิบอาบซึมซาบทั่วไปในรูปที่เกิดขึ้นพร้อมกับตนแล้วตั้งอยู่ในรูปนั้น ธรรมชาติที่ทำให้รูปทั้งหลายเจริญอย่างดี ธรรมชาติที่รักษาสหชาตรูปได้อย่างมั่นคง ไม่ให้กระจัดกระจายไป ทั้งหมดนี้ ชื่อว่า อาโป
อาโปธาตุ ถ้ามีมากในสิ่งใด ทำให้สิ่งนั้นเป็นของเหลวไหลไปได้ ถ้ามีน้ำทำให้สิ่งนั้นเกาะกุมกันน้ำในแม่น้ำลำคลองที่ไหลไปมา เพราะมีปฐวีธาตุน้อยกว่า อาโปธาตุ ปฐวีธาตุไหลไม่ใช่อาโปธาตุไหล ถ้าปฐวีธาตุมากกว่า ก็ไม่ไหล เช่น แม่น้ำในประเทศหนาว เป็นน้ำแข็ง อาโปธาตุ เป็นธาตุที่รู้ได้ด้วยใจอย่างเดียว สัมผัสทางกายไม่ได้
อาโปธาตุ ๒ ประเภท คือ
๑. อาโปธาตุ ที่ปกติเป็น อาโปธาตุ เป็น อาพันธนลักษณะ คือ ลักษณะเกาะกุม เมื่อถูกความร้อนหรืออุณหภูมิไปแล้วอาการไหลจะปรากฏ เช่น ขี้ผึ้ง เหล็ก
๒. อาโปธาตุ ปกติเป็น ปัคฆรณลักษณะ คือ ลักษณะไหลไปมา เมื่อถูกความเย็น (สีตเตโช) จะเกิดการเกาะกุม เช่น น้ำถูกความเย็นมากจะเป็นน้ำแข็ง
อาโปธาตุ แบ่งโดยความหมาย ๔ คือ
๑. ปรมัตถอาโป หรือ ลักษณะอาโป ได้แก่ธาตุน้ำ อันมีลักษณะไหลหรือเกาะกุม
๒. สสัมภารอาโป ธาตุน้ำอันเป็นส่วนประกอบ ในร่างกายคน สัตว์ พืช แบ่งเป็น ๒ คือ
๒.๑ อัชฌัตติกอาโป ธาตุน้ำที่มีอยู่ทั่วไป ในร่างกาย คน สัตว์ คือ ดี เสมหะ
เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา มันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ น้ำมูตร
๒.๒ พาหิรอาโป น้ำที่อยู่ในที่อื่นภายนอกร่างกาย ของสัตว์ เช่น น้ำจากต้นไม้
น้ำจากผลไม้
๓. กสิณอาโป น้ำที่ใช้เป็นนิมิตในการเจริญอาโปกสิณ
๔. ปกติอาโป หรือ สมมติอาโป น้ำที่เรียกกันโดยปกติ เช่น น้ำในแม่น้ำ น้ำดื่ม น้ำอาบ

เตโช

ธรรมชาติใดที่ทำให้สุก จะด้วยร้อนหรือเย็นก็ตาม หรือธรรมชาติที่ทรงภาวะการสุกงอมก็ดี ความอบอุ่นก็ดี ธรรมชาตินั้น ชื่อว่า เตโช
เตโชธาตุ มี ๒ ลักษณะ คือ
๑. อุณฺหเตโช มีลักษณะร้อน (ร้อนมาก)
๒.สีตเตโช มีลักษณะเย็น (ร้อนน้อย)
มีลักขณาทิจตุกะ ดังนี้
๑. อุณฺหตฺตลกฺขณา มีไอร้อนเป็นลักษณะ
๒. ปริปาจนรสา มีการทำให้สุกเป็นกิจ
๓. มทฺทวานุปฺปาทนปจฺจุปฏฺานา มีอาการอ่อนนิ่มเป็นผล
๔. อวเสสธาตุตฺยปทฏฺานา มีธาตุที่เหลือเป็นเหตุใกล้
เตโชธาตุ มีความหมาย ๔ คือ
๑. ปรมัตถเตโช หรือ ลักขณเตโช ได้แก่ เตโชธาตุ ที่พิสูจน์ได้จากการสัมผัสว่าร้อนหรือเย็น
๒. สสัมภารเตโช ได้แก่ เตโชธาตุที่มีอยู่ในร่างกายของสัตว์
๒.๑ อัชฌัตติกเตโช ได้แก่ ธาตุไฟในร่างกายของสัตว์ ได้แก่ อุสมาเตโช ไออุ่น ธาตุไฟประจำกายปาจกเตโช ธาตุไฟย่อยอาหาร ชิรณเตโช ธาตุไฟที่ทำให้ร่างกายชราผมหงอก
๒.๒ พาหิรเตโช ไฟที่มีอยู่ในสิ่งต่าง ๆ เช่น ไฟฟืน ไฟหญ้า ไฟแกลบ
๓. กสิณเตโช ไฟที่ใช้เป็นนิมิตทำกสิณของพระโยคาวจร
๔. สมมติเตโช หรือ ปกติเตโช ไฟธรรมดา ที่เป็นสมมติโวหารของชาวโลกเช่น ไฟ ถ่าน ไฟไหม้ ไฟฟ้า (เหมือนพาหิรเตโช)

วาโย

ธรรมชาติที่มีภาวะเคร่งตึงหรือเคลื่อนไหวอยู่เสมอ เรียกว่า วาโยธาตุ
วาโยธาตุ มีลักษณะ ๒ คือ

๑. วิตถัมพนวาโย มีลักษณะเคร่งตึง เช่น ลมในยางรถยนต์ หรือลมทำให้จุกเสียดแน่นท้อง
๒. สมุทีรณวาโย ลมที่พัดเคลื่อนไหว ลมหรือลมภายในระหว่างที่ทำให้ตากะพริบกระดิกมือ เท้าได้
วาโยธาตุ แบ่งโดยความหมาย ๔ คือ
๑. ปรมัตถวาโย หรือ ลักขณวาโย ธาตุลมที่มีสภาวลักษณะพิสูจน์รู้อาการ เคร่งตึงหรือเคลื่อนไหวได้
๒. สสัมภารวาโย ลมอันเป็นส่วนประกอบอยู่ภายในร่างกายของสัตว์มีชีวิตและลมทั่วไป
๒.๑ อัชฌัตติกวาโย ลมพัดขึ้นเบื้องบน เช่น ไอ จาม ลมเบื้องต่ำ เช่น ลมเบ่ง ผายลม ลมในช่องท้อง เป็นต้น
๒.๒ ลมภายนอก เช่น ลมตะวันตก ลมว่าว
๓. กสิณวาโย ลมที่ใช้เพ่งวาโยกสิณ
๔. สมมติวาโย หรือ ปกติวาโย คือ ลมธรรมชาติ