พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๒ - อกุศลกรรมบถ ๑๐

อกุศลกรรมบถ ๑๐

๑. ปาณาติบาต ทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง คือฆ่าสัตว์
๒. อทินนาทาน ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ ด้วยอาการแห่งขโมย
๓. กาเมสุมิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม
๓ อย่างนี้ ชื่อว่า กายกรรม เพราะโดยมากประพฤติทาง กายทวาร กล่าวคือ กายวิญญัติ
๔. มุสาวาทพูดเท็จ
๕. ปิสุณวาจาพูดส่อเสียด
๖. ผรุสวาทพูดคำหยาบ
๗. สัมผัปปลาปะพูดเพ้อเจ้อ
๔ อย่างนี้ ชื่อว่า วจีกรรม เพราะโดยมากประพฤติทาง วจีทวาร กล่าวคือ วจีวิญญัติ
๘. อภิชฌาความเพ่งเล็ง โลภอยากได้ของเขา
๙. พยาบาทปองร้ายเขา
๑๐. มิจฉาทิฏฐิเห็นผิดจากคลองธรรม
๓ อย่างนี้ เป็น มโนกรรม เพราะเป็นไปทาง มโนทวาร
ปาณาติบาต ผรุสวาจา พยาบาท เกิดจากโทสมูล กาเมสุมิจฉาจาร อภิชฌา
มิจฉาทิฏฐิ เกิดจากโลภมูล
และอีก ๔ อย่าง เกิดโดยมูลทั้ง ๓ (เจือกัน)
กายกรรมเป็นไปในกายทวาร เช่น ฆ่าสัตว์ด้วยตนเอง
กายกรรมเป็นไปในวจีทวาร เช่น สั่งให้คนอื่นฆ่าหรือลัก
วจีกรรมเป็นไปในกายทวาร เช่น ด่าเป็นภาษามือหรือสัญลักษณ์

๑. ปาณาติบาตมีโทสะเป็นมูล เช่น พระราชา แม้จะทรงพระสรวลอยู่ก็ทรงบังคับให้ประหาร ด้วยพระทัยที่สัมปยุตด้วยโทสะทีเดียว (โทสมูลจิตมีองค์ สหรคตด้วยโทมนัส ประกอบด้วยปฏิฆะ)
๒. มิจฉาทิฏฐิ เกิดจากโลภมูล ท่านว่า ความเห็นผิด เชื่อมั่นในเรื่องต่าง ๆ มีโลภออกหน้า (มิจฺฉาทสฺสนสฺส อภินิวิสิตพฺพวตฺถูสุ โลภปุพฺพพงฺคเมว อภินิวิสินโต อาห มิจฺฉาทิฏฐิ จ โลภมูเลนาติ) (อภิ. วิ.๑๗๐)
๓. ลักของผู้อื่นเพื่อแก้แค้น (ไม่ต้องการเอา) มีโทสะเป็นมูล
๔. ถือว่าของในโลกไม่มีเจ้าของ ทุกอย่างเป็นปรมัตถ์ ถือว่ากรรมผลของกรรมไม่มี แล้วลัก เรียกว่า อทินนาทาน มีโมหะเป็นมูล

องค์ของปาณาติบาต ๕ คือ

๑. ปาโณสัตว์มีชีวิต
๒. ปาณสญฺหิตารู้ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
๓. วธกจิตฺตํมีจิตคิดจะฆ่า
๔. อุปกฺกโมลงมือ, พยายาม
๕. เตน มรณํสัตว์ตายด้วยความพยายามนั้น

ปาณาติบาต มีโทษมากหรือโทษน้อย มีองค์ประกอบ ๓ ประการ คือ

๑. สัตว์ที่ถูกฆ่าใหญ่หรือเล็ก
๒. สัตว์มีคุณธรรม ไม่มีคุณธรรม มีมากหรือน้อย
๓. ความพยายามมากหรือน้อย พยายามมากโทษก็มาก

อทินนาทาน มีองค์ประกอบ ๕ คือ

๑. ปรปริคฺคตหิตํ ทรัพย์มีเจ้าของหวงแหน
๒. ปรปริคฺคตหิตสญฺหิตารู้ว่ามีเจ้าของหวงแหน
๓. เถยฺยจิตฺตํมีจิตคิดจะลัก
๔. ปโยโคทำความเพียรเพื่อลัก
๕. อวหาโรลักสำเร็จ

ปโยคะ ความพยายามในการลัก มีอยู่ ๖ ลักษณะ

๑. สาหัตถิกะลักทรัพย์ด้วยตนเอง
๒. อาณัตติกะใช้คนอื่นลัก ด้วยวาจา อาการหรือเขียนหนังสือ
๓. นิสสัคคิยะโยนทิ้งสิ่งของ โยนของหนีภาษีข้ามเขต
๔. ถาวระ สั่งไว้ตามโอกาส
๕. วิชชามยะใช้เวทมนต์ คาถาสะกด
๖. อิทธิมยะใช้ฤทธิ์
อทินนาทาน มีโทษน้อยหรือมาก แล้วแต่ราคาสิ่งของน้อยหรือมาก อีกอย่างหนึ่งแล้วแต่เป็นทรัพย์ของคนมีคุณธรรมสูงต่ำ

องค์ประกอบของกาเมสุมิจฉาจาร

๑. อคมนิยวตฺถุ วัตถุ (คน) ทีไม่ควรล่วงเกิน
๒. ตสฺมึ เสวนจิตฺตํจิตคิดจะเสพในวัตถุนั้น
๓. ปโยโค พยายามเสพ
๔. มคฺเคน มคฺคปฏิปตฺติอธิวาสนํ กิริยาอาการพอใจในขณะเสพ

องค์ประกอบของมุสาวาท

๑. อตฺถวตฺถุเรื่องราวที่ไม่จริง
๒. วิสํวาทนจิตฺตตามีจุดประสงค์จะกล่าวให้คลาดเคลื่อน
๓. ปโยโคพูดพยายาม
๔. ตทตฺถวิชานนํผู้อื่นเชื่อตามที่พูดเท็จ
มุสาวาทมี ๒ ชนิด ที่ผู้อื่นหลงเชื่อ แต่ไม่ทำความเสียหายร้ายแรงให้แก่เขา ส่วนที่เป็นอกุศลกรรมบถ คือ ที่ผู้อื่นหลงเชื่อ แล้วเกิดความเสียหายร้ายแรง อย่างนี้ทำให้ผู้พูดไปสู่อบายภูมิ มุสาวาทที่พูด เพื่อรักษาประโยชน์ตน ไม่ทำลายประโยชน์คนอื่น มีโทษน้อย ส่วนที่เป็นพยานเท็จ กล่าวหาคนอื่น จนได้รับโทษประหารชีวิต จำคุก หรือเสียหายทางทรัพย์สิน จัดว่ามีโทษมาก

องค์ประกอบของปิสุณวาจา

๑. ภินฺทิตพฺโพมีคน (หรือหมู่คณะ) ที่จะถูกทำให้แตกแยก
๒. เภทปุรกฺขาโร มุ่งกล่าวส่อเสียดให้เขาแตกกัน
๓. ปโยโคทำความเพียรให้แตกกัน
๔. ตทตฺถชานนํ ผู้ฟังรู้เนื้อความนั้น
ปิสุณวาจา ที่เป็นกายประโยค เช่น แสดงอาการให้ผู้อื่นรู้ความหมาย พยักหน้าสั่นหน้าหรือแสดงอาการอย่างอื่น ให้เขาไว้ใจหรือระแวง ส่วนที่เป็นวจีประโยค คือที่พูดยุแหย่โดยตรง ปิสุณวาจา มีโทษน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับคนที่ถูกทำลาย มีคุณธรรมมากหรือน้อยด้วย

องค์ประกอบของผรุสวาจา

๑. โกโปมีจิตโกรธ
๒. อุปกุฏฺโมีผู้ถูกด่า
๓. อกฺโกสนามีด่า แช่ง
ผรุสวาจา ขึ้นอยู่กับเจตนาด้วย เช่น ผู้มีอิทธิพลสั่งฆ่าคนพูดว่า จงให้เจ้านี่นอนหลับเสีย ถือว่าเป็นผรุสวาจา ส่วนบิดามารดา อุปัชฌาย์อาจารยดุว่า ลูกหรือลูกศิษย์ด้วยถ้อยคำรุนแรง แต่ไม่มีเจตนาร้าย ไม่จัดเป็นผรุสวาจา การด่าผู้มีบุญคุณ เช่น บิดามารดา หรือผู้มีศีลธรรม เช่น พระภิกษุ สามเณร ย่อมมีโทษมาก การด่าผู้ไม่มีศีลธรรมมีโทษน้อย

องค์ประกอบของสัมผัปปลาปะ

๑. นิรตฺถกถาปุรกฺขาโรเจตนากล่าววาจาที่ไร้ประโยชน์
๒. กถนํกล่าวออกไป
ท่านยกตัวอย่างสัมผัปปลาปะ คือ การพูดติรัจฉานกถา อันขัดขวางต่อการบรรลุมรรคผล นิพพาน สัมผัปปลาปะ มีโทษน้อยหรือมากขึ้นอยู่กับการพูดมากหรือน้อย

องค์ประกอบของอภิชฌามี ๒

๑. ปรภณฺฑํสัตว์อื่น ของคนอื่น
๒. อตฺตโนปริณามณํจิตคิดน้อมมาเพื่อตน
อภิชฌา มีโทษมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเจ้าของทรัพย์มีศีลธรรมหรือไม่มีศีลธรรม

องค์ประกอบของพยาบาท

๑. ปรสตฺโตสัตว์อื่น
๒. วินาสจินฺตาคิดให้สัตว์นั้นพินาศไป
คนที่คิดทำลายตนเอง ไม่เป็นพยาบาท เพราะขาดองค์ คือ ปรสตฺโต การมีโทษมากน้อยของพยาบาท มีคติเหมือนอภิชฌา

องค์ประกอบของมิจฉาทิฏฐิ

๑. อตฺถวิปริตฺตาการยึดถือเนื้อความที่ผิดจากความจริง
๒. ตถาภาวุปฏฺมนํยึดถือความไม่จริงนั้นว่าจริง

มิจฉาทิฏฐิ ที่สำคัญ คือ นิยตมิจฉาทิฏฐิ

๑. นัตถิกทิฏฐิความเห็นว่าไม่มี เห็นว่าไม่มีการกระทำหรือ
สภาวะที่จะกำหนดเอาเป็นหลักได้
๒. อเหตุกทิฏฐิความเห็นว่าไม่มีเหตุ เห็นว่าสิ่งทั้งหลายไม่มี
เหตุปัจจัย
๓. อกิริยทิฏฐิความเห็นว่าไม่เป็นอันทำเห็นว่าการกระทำ
ไม่มีผล


ที.มหา. ๑๐/๓๐๓/๓๕๖, ที.ปาฏิ. ๑๑/๓๖๐/๒๘๔, ม.มู. ๑๒/๔๘๔/๕๒๑