พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๑ - อสุรกาย
อสุรกาย แปลว่า พวกไม่กล้า หรือมีกายไม่ปรากฏ ในอภิธัมมัตถวิภาวินี วิเคราะห์ศัพท์ว่า น สุรนฺติ อิสฺสริยกีฬาทีหิ น ทิพฺพนฺตีติ อสุรา เปตาสุราฯ อิตเร ปน น สุรา สุรปฏิปกฺขาติ อสุราฯ สัตว์ทั้งหลายที่ชื่อ อสูร เพราะที่ไม่เล่น (อย่างเทวดา) คือไม่เล่นโดยความเป็นใหญ่และกีฬา เป็นต้น ได้แก่พวกเปรตที่เป็นอสูรฯ ส่วนเวปจิตติสูร นอกนี้ ชื่อว่า อสูร เพราะอรรถว่า ไม่ใช่เทวดา คือเป็นข้าศึกของเทวดา
และท่านได้บอกต่อไปว่า ที่ใช้คำว่า อสูรในที่นี้ หมายเอาอสูรผู้อยู่ในทุคติภูมิฯ หรือ เปรตอสูรเท่านั้น ไม่นับพวกท้าวเวปจิตติด้วย ก็มีเหตุผลอยู่เพราะพวกอสูร ที่รบแพ้เทวดา ยังมีเมืองใหญ่โตเกิดขึ้นรองรับ เกิดขึ้นด้วยอำนาจบุญ จะจัดเข้าในทุคติภูมิก็ขัดแย้งกัน
อสุรกาย แบ่งออกเป็นพวกใหญ่ ๓ พวก คือ
๑. เทวอสุรกาย
๒. เปตอสุรกาย หรือ เปตาสูร
๓. นิรยอสุรกาย
เทวอสุรกาย มี ๖ คือ
๑. เวปจิตติ พวกที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเทวดาชั้นดึงส์
มีท้าวเวปจิตติ ปกครอง มียุวราชชื่อ
สุจิตติ บทพรรณนาในโลกบัญญัติ
ออกจะแปร่ง ๆ อยู่ มีบ้านเมืองใหญ่
โตปกครอง แต่รูปร่างไม่ค่อยดีนัก
๒. ลาหุอสุรกาย
๓. สุนจิอสุรกาย
๔. ปหารทอสุรกาย
๕. สัมพารอสุรกาย
๖. วินิปาติกอสุรกาย รูปร่างเล็ก ๆ อยู่ในมนุษยโลก เป็น
บริวารของภุมมัฏฐเทวดา ถือว่าอยูในชั้น
จาตุมหาราชิกา แต่เป็นอสุรกาย
ในมหาสมัยสูตร (ที.มหา.๑๐/๒๘๗) กล่าวถึงบรรดา เทวดา ยักษ์ อสูร มาร่วมชุมนุมกันป่ามหาวัน เมืองกบิลพัสดุ์ เฉพาะอสูร ว่า
กาลกญฺชา มหาภิสฺมาอสุรา ทานเวฆสา
เวปจิตฺติ สุจิตฺติ จปหาราโท นมุจี สห.

เปตติอสุรกาย ได้แก่อสุรกายที่เป็นเปรต มีอยู่ ๓ เหล่า
๑. กาลกัญจิกอสุรกาย มีร่างใหญ่โต ไม่มีแรง ปากเท่ารูเข็ม
๒. เวมานิกเปรตอสุรกาย กลางวันได้รับความทุกข์เหมือนเปรต
๓. อาวุธิกเปรตอสุรกาย พวกที่ชอบประหารกันเองด้วยอาวุธต่าง ๆ