พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑๑ - นรกขุมย่อย (อุสสทนรก)

นรกขุมย่อย
(อุสสทนรก)

๑. กุกกุลนรก มีเพลิงเรืองแสงร้อนแรงรุ่งโรจน์โชตนาการสัตว์ถูกฝังจมลงไปละลาย ไปเหมือนหยดน้ำผึ้งที่ถูกยกขึ้นแล้ว
๒. ปีฬกุณปนรก ...บางพวก (หนี) ออกมาจากกุกกุลนรก เห็นเหมือนสระโบกขรณี ก็พากันโผ ลงสู่น้ำมีพวกหนอนปากคมเหมือนหอกรุมกันเจาะไชผิวหนัง เนื้อเอ็น กระดูก สัตว์เหล่านั้น หนีขึ้นจากปีฬกุณปนรก เห็นหมู่ไม้งามเขียวชอุ่ม มีใบร่มปิด ก็รีบพากันเข้าไปอาศัย กลับมีฝูงกา แร้ง หมาจิ้งจอก จิกตี กัดกิน
๓. อสิปัตตวนนรก ฝูงสัตว์หนีออกจากปีฬกุณปนรก เห็นต้นไม้ร่มเงาเหมือนป่ามะม่วงก็ พากันเข้าไป ที่แท้คือ อสิปัตตวนนรก หมายถึงนรกที่มีต้นไม้มีใบเป็น ดาบ ทางเข้าก็เต็มไปด้วยมีดโกนขวากหนาม เมื่อเข้าไปแล้วก็มีลมพัด เอา (ใบไม้) หอกดาบ ลูกศรให้ตกลงเชือดเฉือนร่างกาย
๔. เวตตรณีนรก เมื่อสัตว์ออกมาจากอสิปัตตวนนรก พบกับนรกขุมนี้ มีแม่น้ำเต็มไป ด้วยน้ำกรด พอพวกสัตว์โผลงไปสู่แม่น้ำนี้ก็ถูกน้ำกัดผิวเนื้อย่อย กระดูกเป็นชิ้นน้อยใหญ่ เป็นโครงกระดูกลอยฟ่อง ไม่มีเนื้อ มีเอ็น คุมไว้
อุสสทนรกทั้ง ๔ นี้ เป็นนรกบริวาร ตั้งอยู่ที่ประตู ทั้ง ๔ ทิศ ของมหานรก ๘ ขุม อุสสทนรก จึงมี ๓๒ ขุม ทั้งนี้ย่อความตามคัมภีร์โลกบัญญัติ


ส่วนในไตรภูมิพระร่วง มีต่างกันบ้าง ดังนี้
๑. เวตตรณีนรก คนผู้อยู่ในแผ่นดินนี้แล มั่งคั่งมั่งมี มีข้าวของมาก ไพร่ฟ้าข้าไทมาหลาย มักกระทำร้ายแก่คนผู้อื่น ชิงเอาทรัพย์ ข้าวของ ของท่านผู้อื่น ด้วยคนมี กำลังมากกว่า ครั้นตายได้ไปเกิดในนรกอันชื่อเวตตรณี นั้น ยมบาล อัน อยู่เวตตรณีนรก นั้น เทียรย่อมถือไม้ ค้อน มีด พร้า หอก ดาบ หลาว แหลน เครื่องข้า (ฆ่า) เครื่องแทง เครื่องยิง เครื่องตี ทั้งหลายฝูงนั้น เทียรย่อมเหล็กแดง แลมีเปลวพุ่งขึ้นไปดังไฟไหม้ฟ้านั้น ลุกดังนั้นบ่มิ วาย...ได้คงภาษาของพญาลิไท ไว้เพื่อความไพเราะในแง่วรรณคดีด้วย
๒. สุนขนรก ผู้กล่าวร้าย สมณพราหมณ์ อุปัชฌายาจารย์ ตกนรกขุมนี้ ถูกฝูงสุนัข ๕ จำพวกกัด ถูกฝูงแร้งกา จิกตี
๓. สโชติกนรก มีพื้นเป็นเหล็กแดง ถูกยมบาล เอาฆ้อนใหญ่ไล่ตี
๔. อังคารกาสุนรก ชักชวนคนอื่นทำบุญแล้วเบียดบังทรัพย์สินนั้น ผู้ที่ตกนรกขุมนี้ ถูก ยมบาลเอาหอกดาบไล่แทงให้ตกในหลุมถ่านเพลิง
๕. โลหกุมภีนรก มีหม้อเหล็กแดงใหญ่เท่าภูเขา เต็มไปด้วยเหล็กแดงเป็นน้ำ มียมบาล จับเอาสัตว์หย่อนหัวลงหรือจับพุ่งลงในหม้อดิน
๖. อโยทกนรก มีหม้อเหล็กแดงใหญ่เหมือนโลหกุมภีนรก แต่มียมบาลเอาเชือกเหล็ก แดงลุกเป็นเปลวไล่ตระหวัดแล้วบิดให้คอขาดออกแล้วเอาทอดใน หม้อเหล็กแดง
๗. ถุสปลาสนรก มีแม่น้ำเหมือนใสสะอาด สัตว์มีความกระหายโจนลงไปพื้นแม่น้ำกลับ เป็นพื้นเหล็กแดง น้ำกลายเป็นไฟที่ลุกไหม้จากข้าวลีบและแกลบ ที่ เป็นเช่นนี้เพราะผลของการโกงด้วยการเอาข้าวลีบแกลบฟางปนใน ข้าวเปลือก
๘. สัตติหตนรก แปลว่า นรกที่สัตว์ถูกฆ่าด้วยหอก
๙. พิลสนรก แปลว่า นรกมีโพรง-ปล่อง
๑๐. ปุราณมิฬหนรก นรกที่มีแม่น้ำเต็มไปด้วยคูถอาจม หิวก็กินคูถแทนอาหาร
๑๑. โลหิตปุพพนรก นรกที่มีแม่น้ำเต็มไปด้วยน้ำเลือดและหนอง หิวก็กินน้ำเลือดและหนองแทนอาหาร
๑๒. โลหิตพฬิสนรก นรกที่มียมบาลเอาเบ็ดโลหะเกี่ยวลิ้น
๑๓. สังฆาฏนรก ชื่อไปซ้ำกับนรกขุมใหญ่
๑๔. อวังสิโรนรก ยมบาลเอาหัวห้อยลง เอาฆ้อนเหล็กตี
๑๕. โลหสิมพลีนรก แปลว่า ป่าไม้งิ้วโลหะ เกิดจากโทษคบชู้ผิดศีลข้อ ๓
๑๖. มิจฉาทิฏฐินรก นรกของคนผู้ประกอบด้วยอเหตุกทิฏฐิ เป็นต้น