พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑ - ปัฏฐาน (The Book of Relations)

๗. ปัฏฐาน (The Book of Relations)
มีวัณณนาว่าด้วยปัจจัยต่าง ๆ ๒๔ อย่าง :-
๑. เหตุปัจจัย :The relation of cause
มีมูลรากเง่า ซึ่งอุปการเหตุ เป็นปัจจัย.
๒. อารมณปัจจัย : The relation of object
มีอารมณ์เกิดจากอายตนะ ๖ เป็นปัจจัย.
๓. อธิปติปัจจัย : The relation of dominance
มี (๑) อำนาจแห่งสหชาตาธิปติ และ (๒) อารมณาธิปติ เป็นปัจจัย.
๔. อนันตรปัจจัย : The relation of proximity
มีสภาพใกล้ชิดกับสมนันตรปัจจัย.
๕. สมนันตรปัจจัย : The relation of contiguity
มีสภาพติดกันกับอนันตรปัจจัย. ธรรม ๒ อย่างนี้คล้ายกัน คือ ธรรมมีผู้อุปการะด้วยธรรม ไม่มีผู้อื่นระคน จิตนิยมใดสำเร็จด้วยจิต อย่างเดียวไม่อาศัยอื่น เช่นเดียวกันทั้ง ๒ อย่าง ต่างกันแต่ตัวอักษรผสมไม่ต่างกันโดยอรรถ.
๖. สหชาตปัจจัย : The relation of co-nascence
มีสหชาตด้วย อรูปขันธ์, มหาภูต, นามรูป, จิตเจตสิก, อายตนะ, หทยวัตถุ เป็นปัจจัย.
๗. อัญญมัญญปัจจัย : The relation of mutuality
ด้วยอำนาจอรูปขันธ์ ๑, มหาภูต ๑, และนามรูป ๑, รวม ๓ อย่าง ตั้งพิงอิงกัน เป็นปัจจัย.
๘. นิสสยปัจจัย : The relation of support
มี อรูปขันธ์, มหาภูต, รูปนาม, จิตเจตสิก, อายตนะ, หทยวัตถุด้วยนิสสัย เป็นปัจจัย.
๙. อุปนิสสยปัจจัย : The relation of decisive: support
มี (๑) อารมณูปนิสสัย (๒) อนันตรูปนิสสัย และ (๓) ปกตูปนิสสัย เป็นปัจจัย.
๑๐. ปุเรชาตปัจจัย : The relation of pre-nascence
มีสัมปยุตตธรรมสภาพก่อนเกิด เป็นปัจจัย.
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย : The relation of post-nascence
มีอุปถัมภธรรมสภาพหลังเกิด เป็นปัจจัย.
๑๒. อาเสวนปัจจัย : The relation of frequency
มี ชวนะ ๔๗ คือ : อกุศลชวนะ ๑๒, กุศลชวนะ ๑๗, และอัพยากตชวนะ ๑๘ เป็นปัจจัย.
๑๓. กัมมปัจจัย : The relation of Karma
มีสมุฏฐานด้วยกรรม เป็นปัจจัย.
๑๔. วิปากปัจจัย : The relation of Karmic reaction
มีปฏิการด้วยกัมมวิบาก เป็นปัจจัย.
๑๕. อาหารปัจจัย : The relatoin of nutriment
มี กวฬิงการาหาร, ผัสสาหาร, มโนสัญเจตนาหาร, วิญญาณาหาร, รวม ๔ อย่าง เป็นปัจจัย.
๑๖. อินทรียปัจจัย : the relation of control
มีอินทรียปัจจัย ๒๐ อย่าง เป็นปัจจัย.
๑๗. ฌานปัจจัย : The relation of ecstasy
มีฌานังคะ (๑) วิตักกะ (๒) วิจาระ (๓) ปีติ (๔) เอกัคคตา (๕) โสมนัสสะ (๖) โทมนัสสะ (๗) อุเปกขา ด้วยอำนาจแห่งความตรึกตรอง เพ่งเล็งทบทวน เป็นปัจจัย.
๑๘. มัคคปัจจัย : The relation of path
มี ด้วยทศมัคคังคะ (๑๐ มัคค์) เป็นปัจจัย.
๑๙. สัมปยุตตปัจจัย : The relation of association
มีอรูปธรรม ด้วยวัตถุอย่างเดียวกัน ด้วยอารมณ์อย่างเดียวกันและเกิดขึ้นดับไปด้วยกัน อุปการซึ่งกันและกัน เป็นปัจจัย.
๒๐. วิปปยุตตปัจจัย : The relation of dissociation
มีอรูปธรรม ซึ่งธรรมวัตถุไม่เข้าถึงกัน ไม่เกิดขึ้นและไม่ดับไปด้วยกัน เป็นปัจจัย.
๒๑. อัตถิปัจจัย : The relation of presence
มี อรูปขันธ์ ๑, มหาภูต ๑, นามรูป ๑, จิตเจตสิก ๑, ภูต ๑, อายตนะ ๑ และหทัยวัตถุ ๑ รวม ๗ ประการ มี อุปการปัจจุบัน เป็นปัจจัย.
๒๒. นัตถิปัจจัย : The relation of absence
ด้วยอัตถิอรูปธรรม ๗ ประการ ไม่มีอุปการปัจจุบัน เป็น ปัจจัย
๒๓. วิคตปัจจัย : The relation of disappearance
ด้วยอรูปธรรมเป็นนัตถิปัจจัยเหล่านั้น มีธรรมผู้อุปการสภาพปราศไปแล้ว ชื่อว่า วิคตปัจจัย.
๒๔. อวิคตปัจจัย : The relation of non-disappearance
ด้วยจิตและเจตสิกธรรมทั้งหลาย ซึ่งเป็นอัตถิปัจจัยเหล่านั้น มีธรรมผู้อุปการสภาพไม่ปราศไป ชื่อว่า อวิคตปัจจัย. (พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔๐ - ๔๑ - ๔๒ - ๔๓ - ๔๔ - ๔๕)
คัมภีร์ปัฏฐานนี้ เป็นคัมภีร์สำคัญที่สุดในอภิธรรมปิฎก. อธิบายเรื่องเกี่ยวกับ วัฏฏสังสาร กับ สภาวะที่เป็นอยู่ในระหว่าง เวียนเกิด เวียนตาย และการเปลี่ยนแปลงรูปกับจิต. มีวัณณนาว่า เมื่อจิตนั้นบริสุทธิ์ก็ย่อมโน้มเอียงไปทางศีลธรรม กระทำจิตนั้นผ่องแผ้ว เห็นสว่างโดยปัญญา ก็จักถึงความรู้แจ้งแห่งชีวิต. ในที่สุดจะดับสิ้นซึ่งกิเลสและกองทุกข์ บรรลุ นิพพาน โดยนัยนี้.
ตามอรรถในพระอภิธรรมปิฎกดังกล่าวโดยสังเขปข้างต้น แสดงให้เห็นว่าธรรมะคำสอนในพระพุทธศาสนา
แต่การจะเรียนอภิธรรมโดยแนว ๗ ปกรณ์หรือ คัมภีร์ นี้ต้องใช้เวลาและความฉลาดสติปัญญาของผู้ศึกษาต้องอยู่ในขั้นดี มีนักปราชญ์ท่านมองเห็นแล้ว ต่อมาประมาณ พ.ศ. ๑๐๐๐ จึงมีพระเถระนักปราชญ์รูปหนึ่ง คือ พระอนุรุทธะ หรืออนุรุทธาจารย์* ได้รวบรวมเนื้อความของอภิธรรม ๗ คัมภีร์มาแต่งโดยย่นย่อ เรียกว่า อภิธัมมัตถสังคหะแบ่งเป็น ๔ หัวข้อใหญ่ คือ
๑. จิต ธรรมชาติรู้อารมณ์ จำแนกเป็น ๘๙ หรือ ๑๒๑
๒. เจตสิก ธรรมชาติต้องอาศัยจิตเกิด
๓. รูป หรือ วัตถุ ธรรมชาติที่แตกสลาย จำแนกเป็น ๒๘
๔. นิพพาน สภาวะเหนือการปรุงแต่ง
โดยแบ่งเป็น ๙ ปริจเฉทหรือ ๙ ตอน ผลงานของท่านมีอุปการและหิตานุประโยชน์แก่นักศึกษาอภิธรรมอย่างมหาศาล เพราะผู้ศึกษาสามารถเรียนอภิธรรมได้เข้าใจจากอภิธัมมัตถสังคหะ อันเป็นหนังสือย่อนี้ โดยไม่ต้องเรียนอย่างพิสดารจาก ๑๒ เล่ม หรือผู้ที่ประสงค์จะเรียน แต่เข้าใจยาก เมื่ออ่านอภิธัมมัตถสังคหะก่อน แล้วอ่านพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์ภายหลังจะเข้าใจง่ายกว่า


พระภิกษุเย็นเกียรติ, วัฏฏสงสาร และนิพพาน (พระนคร, โรงพิมพ์พระจันทร์ ท่าพระจันทร์ ๒๕๑๒) หน้า ๗ - ๒๐ (ได้ปรับภาษาอักขรวิธิมีที่ใช้ปัจจุบันและเพิ่มเลขเล่มพระอภิธรรมปิฎกท้ายข้อคัมภีร์...ผู้รวบรวมเรียบเรียง)
* คนละองค์กับ พระอนุรุทธ พุทธอนุชา และการตั้งชื่อซ้ำกัน เป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่งในสมัยนั้น ไม่ได้ถือว่าตีเสมออย่างปัจจุบัน