พระอภิธรรมปิฎก
บทที่ ๑ - วิภังคกถา (The Book of Treatises)
๒. วิภังคกถา (The Book of Treatises)
จำแนกออกเป็น ๑๘ หมวด
๑.ขันธวิภังค์ จำแนกเบญจขันธ์ (๑) รูปขันธ์ (๒) เวทนาขันธ์ (๓) สัญญาขันธ์ (๔) สังขารขันธ์ (๕) วิญญาณขันธ์ รวม ๕ ขันธ์ แบ่งเป็นรูปขันธ์มี ๑ นามขันธ์มี ๔. เป็นหมวดที่ ๑.
๒. อายตนวิภังค์ จำแนกอายตนะ (๑) จักษุ (๒) โสต (๓) ฆานะ (๔) ชิวหา (๕) กาย (๖) ใจ เป็นทางให้กระทบกับ รูป, เสียง, กลิ่น, รส, สัมผัส, อารมณ์ แจกเป็นอายตนะภายนอก ๖ และภายใน ๖ รวม ๑๒ อายตนะ เป็นหมวดที่ ๒.
๓. ธาตุวิภังค์ จำแนกธาตุวิญญาณที่รับรู้ความรู้สึก (๑) จักษุวิญญาณธาตุ (๒) โสตวิญญาณธาตุ (๓) ฆานวิญญาณธาตุ (๔) ชิวหาวิญญาณธาตุ (๕) กายวิญญาณธาตุ (๖) มโนวิญญาณธาตุ ทั้ง ๖ นี้เป็นธาตุวิญญาณประจำอยู่ท่ามกลางมี ๖ นำเอาอายตนะภายนอก ๖ มาสู่อายตนะภายในอีก ๖ รวมเป็น ๑๘ ธาตุ. เป็นหมวดที่ ๓.
๔. สัจจวิภังค์ จำแนก ๔ อริยสัจจะ (๑) ทุกขสัจจะ (๒) ทุกขสมุทัยสัจจะ (๓) ทุกขนิโรธสัจจะ (๔) มัคคสัจจะ. เป็นหมวดที่ ๔.
๕. อินทรียวิภังค์ จำแนกอินทรีย์ คือ: อายตนินทรีย์ ๖. ภาวินทรีย์ ๒.ชีวิตินทรีย์ ๑, เวทนินทรีย์ ๕, โพธิปักขิยินทรีย์ ๕, โลกุตตรินทรีย์ ๓. รวม ๒๒ อินทรีย์. เป็นหมวดที่ ๕.
๖.ปัจจยาการวิภังค์ จำแนกอาการแห่งปัจจัย ซึ่งเป็นเหตุก่อให้เกิดผลต่อกันเหมือนสายโซ่ (๑) อวิชชา (๒) สังขาร (๓) วิญญาณ: วิญญาณจิตในปฏิสนธิ (๔) นามรูป (๕) อายตนะ (๖) ผัสสะ ความกระทบของอายตนะ (๗) เวทนาเสวยอารมณ์เกิดจากผัสสะ (๘) ตัณหาดิ้นรนเพราะปรารถนา (๙) อุปาทานยึดมั่นในตัณหา (๑๐) ภวะกรรมให้เกิดขันธ์ (๑๑) ชาติเกิดเป็นขันธ์ทั้ง ๕ (๑๒) ชรา มรณะ ถึงความเสื่อมและความดับแตกของขันธ์. คือ: ๑๒ นิทานะ (ปฏิจจสมุปบาท). เป็นหมวดที่ ๖.
๗. สติปัฏฐานวิภังค์ แจกสติความระลึกโดยอารมณ์ คือ: กายานุปัสสนา, เวทนานุปัสสนา, จิตตานุปัสสนา, ธรรมานุปัสสนา.รวมสติปัฏฐาน ๔ อย่าง. เป็นหมวดที่ ๗.
๘. สัมมัปปธานวิภังค์ แจกความเพียรพยายามโดยชอบ คือ: เพียรกันบาปไม่ให้เกิดขึ้น, เพียรเพื่อละบาปที่เกิดขึ้นแล้วให้หมดไป,เพียรเพื่อประกอบกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น, เพียรเพื่อรักษากุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญมากขึ้น. รวมสัมมัปปธาน ๔ อย่าง. เป็นหมวดที่ ๘
๙. อิทธิบาทวิภังค์ จำแนกอิทธิบาท ๔ อย่าง (๑) ฉันทะ คือ: ความพอใจปรารถนาจะทำให้กล้าหาญไม่ท้อถอย (๒) วิริยะ :ความเพียร (๓) จิตตะ : จิตเป็นกุศล (๔) วิมังสา : ปัญญา เลือกเฟ้นพิจารณาซึ่งธรรมโดยประจักษ์. เป็นหมวดที่ ๙.
๑๐. โพชฌงควิภังค์ จำแนกโพชฌงค์ ๗ ประการ คือ (๑) สติ :ความระลึกในกาย, เวทนา, จิต, ธรรม (๒) ธรรมวิจยะ : ความ เป็นของไม่เที่ยง, เป็นทุกข์, และเป็นอนัตตาใช่ตัวตน (๓) วิริยะ : ความเพียร (๔) ปีติ : ความอิ่มกาย, อิ่มจิต (๕) ปัสสิทธิ : ความระงับกาย, ระงับจิต (๖) สมาธิ : ความตั้งจิตไว้ชอบ (๗) อุเบกขา: ความที่ใจเพ่งเป็นกลาง. เป็นหมวดที่ ๑๐.
๑๑. มัคควิภังค์ จำแนกมรรค ๘ ประการ (๑) สัมมาทิฏฐิ คือ : ความเห็นที่ชอบ (๒) สัมมาสังกัปปะ : ความดำริที่ชอบ (๓) สัมมาวาจา : เจรจาที่ชอบ (๔) สัมมากัมมันตะ : กระทำที่ชอบ (๕) สัมมาอาชีวะ : อาชีพชอบ (๖) สัมมาวายามะ : พยายามที่ชอบ (๗) สัมมาสติ :ระลึกในสิ่งที่ชอบ (๘) สัมมาสมาธิ : ตั้งจิตเพ่งยึดไว้เสมอในสิ่งที่ชอบ. เป็นหมวดที่ ๑๑.
๑๒. ฌานวิภังค์ จำแนกฌานสมาบัติ มีรูปสมาบัติ ๔ และอรูปสมาบัติ ๔. ปฐมฌาน, ทุติยฌาน, ตติยฌาน, และจตุตถฌาน ๔.ฌานที่กล่าวนี้ เรียกว่า รูปฌาน. ส่วน อากาสานัญจายตนะ,วิญญานัญจายตนะ, อากิญจัญญายตนะ และเนวสัญญานาสัญญายตนะ ๔ ฌานนี้เรียกว่า อรูปฌาน. รวมทั้งสิ้น ๘ ฌาน. เป็นหมวดที่ ๑๒.
๑๓. อัปปมัญญาวิภังค์ จำแนกลักษณะจิตที่กว้างขวางไม่อาจจะวัดวาได้ใน (๑) เมตตา (๒) กรุณา (๓) มุทิตา (๔) อุเบกขา. เป็นหมวดที่ ๑๓.
๑๔. สิกขาบทวิภังค์ จำแนกศีล ๕. เป็นหมวดที่ ๑๔.
๑๕. ปฏิสัมภิทาวิภังค์ จำแนกปฏิสัมภิทาโดยอรรถและธรรม มี ๔ ประการ (๑) อัตถปฏิสัมภิทา (๒) ธัมมปฏิสัมภิทา (๓) นิรุตติปฏิสัมภิทา และ (๔) ปฏิภาณปฏิสัมภิทา. เป็นหมวดที่ ๑๕.
๑๖. ญาณวิภังค์ จำแนกญาณวัตถุธรรม ๑๐ ญาณ (๑) ฐานาฐานญาณ คือ : ปัญญาที่รู้ฐานะเหตุที่ตั้ง และรู้อฐานะใช่เหตุที่ตั้ง (๒) วิปากญาณ : ปัญญาที่รู้วิบากผลของกรรม (๓) สัพพพัตถคามิมัคคญาณ : ปัญญาที่รู้มัคคปฏิปทา ซึ่งหนทางให้สัตว์ไปในภพทุคติและภพสุคติ (๔) นานาธาตุญาณ : ปัญญาอันรู้ซึ่งความแตกต่าง แห่งขันธ์, แห่งธาตุ,แห่งสัตว์โลก (๕) นานาธิมุตติกญาณ : ปัญญาอันรู้แห่งสัตว์มีอธิมุตติอัธยาศรัยความน้อมแห่งจิตต่าง ๆ (๖) อินทรียปโรปริยัตติญาณ : ปัญญาที่รู้ความยิ่งหย่อนแห่งอินทรีย์ทั้ง ๕ เป็นต้น (๗) ฌานาทิสังกิเลสาทิญาณ :ปัญญาที่รู้ความเศร้าหมองและผ่องใสและความออกแห่งฌานและวิโมกข์สมาธิสมาบัติ (๘) ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ : ปัญญาที่รู้ขันธสันดานที่ตนและสัตว์ อื่นอยู่แล้วในกาลก่อน (๙) จุตูปปาตญาณ : ปัญญาที่รู้จุติจากภพ และความเกิดแห่งสัตว์ทั้งหลาย (๑๐) อาสวักขยญาณ :ปัญญาอันรู้ความสิ้นแห่งอาสวะมีจตุโรปธิ : สิ้นสุดแห่งขันธ์, แห่งกาม, แห่งกรรม. เป็นหมวดที่ ๑๖.
๑๗. ขุททกวัตถุวิภังค์ จำแนกกัณหธรรมซึ่งเป็นอกุศลทั้งสิ้น คือความเมาในชาติ, ในโคตร, ในความไม่มีโรค, และความเมาในชีวิตเป็นต้น จนถึงตัณหาวิปริตเป็นที่สุด. เป็นหมวดที่ ๑๗.
๑๘. ธัมมหทยวิภังค์ จำแนกธรรมอันเป็นมูลเป็นเค้าเป็นหฤทัย มี ขันธ์ ๕ อย่าง, อายตนะ ๑๒, ธาตุ ๑๘ เป็นต้น และจำแนกกุศลมีทาน, ศีล, กามาพจรธรรม นำปฏิสนธิในกามสุคติภพทั้ง ๗ สถาน. เป็นหมวดที่ ๑๘. เป็นคัมภีร์ที่ ๒.(พระอภิธรรมปิฎกเล่ม ๓๕)