พระอภิธรรมปิฎก
คำนำ

คำนำ

ผู้เขียนรับหน้าที่บรรยายพระอภิธรรมปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ๑ พระอภิธรรมปิฎก ๒ แก่พระนักศึกษาชั้นปีที่ ๒ ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๓๓ ในช่วง ๓ ปีแรก บรรยายเพียง ๑ ห้องเรียน อาจารย์บานเย็น ลิ้มสวัสดิ์ บรรยาย ๑ ห้องเรียน ต่อมาท่านมีปัญหาด้านสุขภาพ มาบรรยายไม่ได้ ในตอนแรก ๆ ผู้เขียนเพียงแต่เข้าสอนแทน หลังจากอาจารย์บานเย็นลาออกจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยอย่างแน่นอน จึงเป็นหน้าที่ของผู้เขียนคนเดียว รับบรรยายทั้ง ๒ ห้องเรียนอยู่หลายปี จนมีพระคุณเจ้ามาแบ่งภาระบ้างเมื่อ ๓ ปีมานี้
การบรรยายแต่ละครั้งไม่มุ่งให้เนื้อหามากเกินไป เกรงว่าพระนักศึกษาจะเกิดถอนสิก-ขกามยตาฉันทะเสียก่อน เทอมแรกต้องการให้ทราบประวัติพระอภิธรรม ตามแนวต่าง ๆ และจิตตามอภิธรรมลักษณะ จะจบลงเพียงวิถีจิตเท่านั้น เทอมที่ ๒ จึงเริ่ม วิถีมุตตจิต ปีแรกของการบรรยายใช้หนังสือที่ครูอาจารย์ท่านรจนาไว้แล้ว เช่น พระอภิธรรมสารัตถสังคหะ ของ สจฺจวโร ภิกฺขุ และคู่มือการศึกษาพระอภิธัมมัตถสังหคะ ของอาจารย์วรรณสิทธิ ไวทยะเสวี เป็นคู่มือประกอบ ต่อมาจึงรวบรวมทำเป็นเอกสารให้พระนักศึกษา ถ่ายแจกกันเอง
ปี ๒๕๔๓ นี้ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ได้รับงบอุดหนุนการผลิตตำราจึงได้รวบรวมเอกสารชุดนี้มาปรับปรุงใหม่ ปรากฏว่าจำนวนหน้าเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเพราะได้ค้นคว้าที่มาของคัมภีร์ต่าง ๆ ที่ทำไว้ไม่ชัดเจน มาปรับปรุงใหม่เกือบทุกแห่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่พระนักศึกษาอย่างเต็มที่
มีข้อที่ต้องทำความเข้าใจกับท่านนักศึกษาพระอภิธรรมอยู่ ๒ ประการ คือ
ประการที่ ๑ การแบ่งบทในหนังสือเล่มนี้ไม่เหมือนกับในอภิธัมมัตถสังคหะ เช่น เทอมแรก เรื่องจิตอย่างเดียว มีบทย่อยหลายบท บทที่ ๒ จิต บทที่ ๓ อกุศลจิต บทที่ ๔ อเหตุกจิต ท่านที่ศึกษาพระอภิธัมมัตถสังคหะมาแล้วจะเห็นว่า ทั้งหมดนี้ อยู่ในบทเดียวกัน แต่ผู้เขียนแบ่งเป็นหลายบท เพื่ออนุเคราะห์มันทบุคคลอย่างแน่แท้ ท่านที่เป็นติกขบุคคลไม่ต้องเรียนตามเอกสารนี้ พึงศึกษาจากพระอภิธัมมัตถสังคหะหรือพระอภิธรรมปิฎกได้เลยทีเดียว
ประการที่ ๒ เอกสารเล่มนี้มีภาษาบาลีมาก และบางทียกบาลีมาทั้งข้อ การทำเช่นนี้มีเจตนาแน่นอนว่า ผู้ศึกษาส่วนมากเป็นพระภิกษุสามเณร ต้องมีความคุ้นเคยกับภาษาบาลีอยู่แล้ว ถ้ามีบางรูปที่ไม่คุ้นเคยก็มีความจำเป็นที่ต้องศึกษาเนื่องจากเป็นภาษาคัมภีร์พระไตรปิฎก และเป็นเครื่องอุดหนุนการศึกษาพุทธศาสตร์ของท่านเอง ในอนาคตหากมีนักศึกษาคฤหัสถ์มาร่วมศึกษา การที่เธอได้เรียนภาษาของพระพุทธเจ้าก็มีประโยชน์อยู่มาก
ขอระลึกถึงบุรพาจารย์ผู้รักษาพระศาสนาสืบมาจนปัจจุบัน รวมทั้งท่านผู้รจนาคัมภีร์ให้ศึกษาอ้างอิงทุกท่าน
ขอขอบพระคุณครูอาจารย์ผู้บังคับบัญชาแห่งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย เช่น พระมหาประคุณ คุณธมฺโม คณบดีคณะมนุษยศาสตร์, พระมหาทองสุข สุทฺธสิริ (ช่วยเหลือด้านบรรณานุกรม) ที่ให้กำลังใจและคำแนะนำด้วยความเมตตา
ขอขอบพระคุณ รศ.ดร.สุนทร ณ รังษี อาจารย์ผู้เคยบรรยายปรัชญาแก่ผู้เขียนที่รับภาระตรวจทานทักท้วงหลายประการ ทำให้หนังสือมีรูปวิชาการขึ้น
สุดท้ายขอขอบคุณ คุณเพียร สัมพันธมาส กัลยาณมิตรของผู้เขียน ที่ช่วยตรวจทาน และช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ด้วยอุตสาหะยิ่งจนหนังสือสำเร็จ

(จำนง คันธิก)
วันออกพรรษา ๑๓ ตุลาคม ๒๕๔๓